กลับบ้านแบบไม่มีเป้าหมาย กลับบ้านโดยที่ยังไม่รู้จะทำอะไร! แต่วันนี้ของ "ติ๊ก-ปวณี เขียวจันทร์" ตัดสินใจกลับบ้านไปเลี้ยงไก่ไข่ ที่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ได้พบวิธีใช้"อาหารลดต้นทุน" แนวคิดจากศาสตร์พระราชานำพาให้มีรายได้เลี้ยงชีวิต และเป็นบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ

วันที่กลับบ้าน คือ วันที่ได้ค้นพบ "คุณค่าของชีวิต" 

 

จากวันที่พ่อแม่อยากให้ลูกสาวออกไปเรียนและทำงานนอกพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แต่เพราะทนคิดถึงลูกไม่ไหวจึงรบเร้าให้ลูกกลับบ้าน...

 

"ติ๊ก-ปวณี เขียวจันทร์" จึงตัดสินใจกลับบ้าน ที่บ้านละโพ๊ะ ต.ป่าไร่ อ.แม่ลาน จ.ปัตตานี ในวัยเพียงแค่ 28 ปีเท่านั้น

 

"ติ๊ก-ปวณี เขียวจันทร์"

 

กลับบ้านแบบไม่มีเป้าหมาย...กลับบ้านโดยที่ยังไม่รู้จะทำอะไร!!!

 

 

จนกระทั่งทางราชการได้เข้าไปสนับสนุนให้ชาวบ้านละโพ๊ะเลี้ยงไก่ไข่ บ้านละ 5 ตัว "ติ๊ก" ได้เริ่มเลี้ยงไก่ไข่ แต่เป็นการเลี้ยงแบบจำใจเลี้ยง เพราะการเลี้ยงไก่ไข่ไม่เคยอยู่ในความสนใจมาก่อน แต่เมื่อเลี้ยงแล้วเห็นว่ามีไข่ให้กินทุกวัน จึงเริ่มเลี้ยงเพื่อขาย

 

จากไก่ 5 ตัว ค่อยๆเก็บเงินซื้อเพิ่มเป็น 30 ตัว เพื่อให้ได้ไข่ 1 แผง แต่ปรากฏว่า ไม่คุ้มทุนเพราะหมดไปกับค่าอาหารไก่

 

จนกระทั่งเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ ได้นำความรู้หลายๆเรื่องเข้าไปพัฒนาพื้นที่บ้านละโพ๊ะ รวมทั้งเรื่อง "อาหารลดต้นทุน" สำหรับไก่ไข่...

 

วันที่กลับบ้าน คือ วันที่ได้ค้นพบ"คุณค่าของชีวิต" ของ "ปวณี เขียวจันทร์"

 

"ไม่มีทางเป็นไปได้" นี่คือ ความคิดที่ผุดขึ้นมาทันทีที่ "ติ๊ก" ได้ยินเรื่อง "อาหารลดต้นทุน" เพราะที่รู้มาตลอด คือ ต้องเลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จเท่านั้น...แต่ยิ่งไม่เชื่อ ก็ต้องยิ่งพิสูจน์​ 

 

"ติ๊ก" ปรับการให้อาหารไก่ไข่ ด้วยการทำอาหารลดต้นทุนที่ใช้วัตถุดิบที่มีในชุมชน จนเริ่มเห็นผล โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 ระบาดในปลายปี 2563 ที่ผ่านมา เธอได้กำไรจากการขายไข่ไก่ภายใน 1 เดือนมากถึง 17,000 บาท จนชาวบ้านในชุมชนหันมาเลี้ยงไก่ไข่ด้วยอาหารลดต้นทุนตามเธอทั้งหมู่บ้าน 

 

สำหรับ “สูตรอาหารลดต้นทุน’ วัตถุดิบที่นำมาทำ จะประกอบด้วยสิ่งที่สามารถปลูกเองได้ และมีอยู่ในไร่นา เช่น ข้าวโพด ผักสด ต้นกล้วย เป็นต้น โดยในส่วนของสูตรอาหาร “ไก่ไข่แบบลดต้นทุน” แนะนำสูตรอาหารผสมเองแบบธรรมชาติ ใช้สำหรับการเลี้ยงไก่ไข่พันธุ์ไฮบริด

 

วันที่กลับบ้าน คือ วันที่ได้ค้นพบ"คุณค่าของชีวิต" ของ "ปวณี เขียวจันทร์"

 

วัตถุดิบประกอบด้วย 1.หยวกกล้วยสับละเอียด 30 กิโลกรัม 2.รำข้าวบดละเอียด 6 กิโลกรัม 3.ปลายข้าวต้ม 2 กิโลกรัม 4.เมล็ดข้าวโพดบด 2 กิโลกรัม  ...นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกันและนำไปให้ไก่กิน โดยใช้หลักการว่า ควรใช้ให้หมดภายใน 1 วัน แล้วดำเนินการผสมใหม่ เพื่อให้ได้อาหารที่ใหม่เสมอทั้งนี้สูตรอาหารไก่ไข่แบบลดต้นทุนดังกล่าวเป็นสัดส่วนต่อไก่ไข่ 100 ตัว 

 

เมื่อไข่มีเยอะ ก็ยิ่งต้องพยายามหาตลาด "ติ๊ก" ใช้วิชาการตลาดที่ร่ำเรียนมา พา "ไข่ไก่ปลอดสาร" จากบ้านละโพ๊ะ ติดตลาด สร้างยอดขาย สร้างการรวมกลุ่มโดยมีเธอเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ

 

ช่วงแรกยังไม่มั่นใจว่าลดต้นทุนจะได้รายได้ดี เพราะเชื่อว่าไก่ ถ้าไม่กินสำเร็จรูปจะไม่ไข่ แต่พอเจ้าหน้าที่ปิดทองฯ อธิบายวิธีการลดต้นทุนแล้ว มองว่าไม่ยาก เลยลองทำดู ควบคู่กับการทำบัญชีเทียบ ปรากฏว่าทำได้จริง รายได้โอเคด้วย ก็เลยเหมือนเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงที่ว่าขั้นตอนการเลี้ยงแบบลดต้นทุนทำได้จริง และราคาได้เพิ่มมากขึ้นด้วย

 

วันที่กลับบ้าน คือ วันที่ได้ค้นพบ"คุณค่าของชีวิต" ของ "ปวณี เขียวจันทร์"

 

ปัจจุบันรวบรวมผลผลิตจากสมาชิก 13 ราย กลุ่มไก่ไข่ลดต้นทุน เพราะอำนาจการต่อรอง ก็จะมากกว่าเมื่อมีกลุ่มส่งขายออนไลน์-ตลาดและหน่วยงานต่าง ๆ ในปัตตานี เน้นเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ อนาคตสมาชิกจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิม เพราะมองว่ารายได้การเลี้ยงไก่ของเราเป็นแรงจูงใจและแสดงให้เห็นว่าทำได้จริง ล่าสุดช่วงปีใหม่ กลุ่มมีการจัดกระเช้ารักสุขภาพ โดยวัตถุดิบเป็นสินค้าปลอดภัยจากชุมชนทั้งหมด ผักจากเกษตรแปลงรวมละโพ๊ะ ไข่จากกลุ่มไข่ลดต้นทุน ข้าวสารจากนาโยนแปลงใหญ่ ตะกร้ากลุ่มจักสาน ราคาเริ่มต้น 299 บาท ” 

 

หลังปรับรูปแบบการเลี้ยงด้วยสูตร “อาหารลดต้นทุน” จำนวนไก่ที่มีตอนนี้ 700 ตัว ต้นทุนค่าอาหารสัตว์เพียง 8,500 บาท สร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 15,000-17,000 บาทต่อเดือน อีกทั้งไก่มีสุขภาพแข็งแรง ไม่ไวต่อโรค

 

"แม้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย แต่ไข่ไก่ที่ได้ยังฟองโต น้ำหนักอยู่ที่ 85-90 กรัม (เบอร์ 0) ไข่แดงใหญ่ นูน สีสดเปลือกมันวาว เก็บได้นานกว่า 2 สัปดาห์ในอุณหภูมิห้อง และสามารถต่อรองราคากับตลาดได้ เพราะไข่ที่ได้มีความแตกต่างจากไข่ฟาร์มที่เลี้ยงด้วยอาหารสำเร็จรูป"

 

วันที่กลับบ้าน คือ วันที่ได้ค้นพบ"คุณค่าของชีวิต" ของ "ปวณี เขียวจันทร์"

 

จากจุดเริ่มต้นที่ถูกบังคับเลี้ยง 5 ตัว วันนี้การเลี้ยงไก่ไข่ คือ อาชีพหลักของ "ติ๊ก-ปวณี เขียวจันทร์" ที่เธอค่อยๆเก็บหอมรอมริบกำไรจากการขายไข่ไก่ ซื้อไก่เพิ่มเป็น 700 ตัว นอกจากนั้นเธอยังใช้เวลาทุกนาที หมดไปกับการทำงานเพื่อชุมชน ในฐานะบัณฑิตอาสาพัฒนามาตุภูมิ

 

"เมื่อก่อนตอนที่ทำงานอยู่ในเมือง เราจะคิดถึงแค่ตัวเองว่า ทำให้ยังไงให้เราอยู่รอด แต่ทุกวันนี้ความคิดเราเปลี่ยนไป เราจะคิดตลอดว่า จะทำอะไรเพื่อช่วยให้คนในชุมชนดีขึ้น ทำยังไงให้ชุมชนเราดีขึ้นกว่าเดิม รู้สึกว่า ตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน ชีวิตเรามีคุณค่ามากๆ" ติ๊ก ปวณี เขียว์จันทร์​ กล่าวทิ้งท้ายพร้อมรอยยิ้ม...

ขอบคุณข้อมูลและภาพ จาก "มูลนิธิปิดทองหลัง สืบสานแนวพระราชดำริ"

#ในหลวงในความทรงจำ #ในหลวงร๙ในความทรงจำ #รัชกาลที่9ในความทรงจำ