ตอนนั้นเราปลอมตัวเป็นเถ้าแก่ จะไปขอซื้อที่ ชาวบ้านไม่ค่อยพอใจนึกว่าพวกนายทุนจะมากว้านซื้อที่ เราก็บอกความจริงไม่ได้ ชาวบ้านถามว่าใครซื้อ ก็บอกว่าผู้ใจบุญซื้อไปทำประโยชน์ ประโยชน์จะกลับคืนสู่ชาวบ้าน ตอนแรกๆ ชาวบ้านไม่เชื่อ เพราะไม่เคยเห็น
ทีนี้ความแตกตอนที่นั่งคุยกับชาวบ้านบนเรือน พวกเรากำลังนั่งพิงฝากัน 4-5 คน ปรากฏว่าบนฝาบ้าน มีปฏิทินแขวนอยู่ เป็นพระบรมรูปพระเจ้าอยู่หัว กำลังทรงงาน และมีพวกเรากำลังเดินตามเสด็จ ชาวบ้านจึงเงยหน้ามองดูปฏิทิน แล้วบอกว่าหน้าเราแล้วบอกว่าเหมือนกันเลย ชาวบ้านเลยถามว่าพระเจ้าอยู่หัวใช่ไหม ความเลยแตก เขาก็เลยขายให้ แล้วก็มีผู้ใจบุญของชุมชนนั้น ถวายที่เพิ่มเติม พระราชกระแสแรกมีรับสั่งบอกว่า
"ที่ที่ซื้อมาหลังวัดให้ทำเป็นเกษตรผสมผสาน พระองค์ท่านบอกว่า ขุดสระน้ำ 30 เปอร์เซ็นต์ มีแปลงนา ปลูกข้าว 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 30 เปอร์เซ็นต์ ปลูกพืชสารพัดนึกที่เรากิน"
หลังจากนั้นพระองค์ท่านก็เสด็จไปดูโครงการที่ทำเสร็จแล้ว ดูเสร็จก็รู้สึกพอพระทัยมาก ชีวิตคนเรามีครบถ้วนในแปลง มีวัดอยู่ใกล้ ๆ นี่แหละทฤษฎีใหม่ พระองค์ท่านทำก่อน ปฏิบัติก่อน ได้ผลอย่างไร สรุปเป็นทฤษฎี แล้วตั้งชื่อ ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ก็เป็นแบบอย่าง และทรงรับสั่งว่าทำอย่างไรจะขยายไปสู่แปลงข้างๆ ก็จะดี คำว่าพอมีพอกิน ที่ทรงรับสั่งไว้นานแล้ว แต่คนไม่ค่อยเข้าใจ อยากจะรวยท่าเดียว ก็เลยปลูกพืชอย่างเดียว ทำนาข้าวอย่างเดียว ทำสวนยางอย่างเดียว ปลูกอ้อยอย่างเดียว หวังจะได้เงิน จนลืมไปว่าตัวเองก็ต้องกิน แต่นี่ทุกอย่างอยู่ในแปลงหมดเลย ถือว่าได้พระราชทานเครื่องมือ
ในระยะหลังเมื่อปี 2541 เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งวางภาพใหญ่ขึ้นคือเศรษฐกิจพอเพียง วิธีคิดวิธีปฏิบัติต่างๆ ในทุกสาขา จะบริหารหรือปกครองประเทศ จะบริหารบริษัทใหญ่ๆ หรือธุรกิจเล็กๆ กิจกรรมใดใช้เศรษฐกิจพอเพียงได้หมด แต่สำหรับเกษตรกร วางเป้าหมายเดียวกัน แต่พระราชทานเครื่องไว้ให้ คือ ทฤษฎีใหม่