ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ผู้ถวายงานใกล้ชิดในหลวงรัชกาลที่ ๙ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ให้สัมภาษณ์ถึงการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ ๙ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกร

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ผู้ถวายงานใกล้ชิดพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตั้งแต่ปี พ.ศ.2524 ในฐานะเลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) และในปี 2531 พระองค์ท่านทรงรับสั่งให้ตั้ง "มูลนิธิชัยพัฒนา" เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกร 

ในหลวง ร ๙ ในความทรงจำ : ผู้ทรงงานแบบ NGO

 

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ให้สัมภาษณ์ถึง “ในหลวง ร.๙ ในความทรงจำ” ว่า ในปี พ.ศ.2531 ขณะประทับที่พระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จังหวัดสกลนคร รับสั่งว่า การทำงานในระบบราชการนั้น ก็ดีอยู่แต่ว่าบางสิ่งบางอย่าง อาจชักช้าไม่ทันการณ์ เพราะปัญหาของประเทศ ปัญหาของประชาชน บางอย่างเมื่อเกิดขึ้นแล้วต้องทำเดี๋ยวนั้น อย่างภัยพิบัติของประชาชน ความทุกข์ไม่มีวันหยุด น้ำท่วมไม่มีวันเสาร์-อาทิตย์ แล้วมันแล่นต่อวันจันทร์           

เพราะฉะนั้นต้องการระบบที่รวดเร็วฉับพลัน สามารถปฏิบัติงานได้ทันใจ จึงรับสั่งเดี๋ยวนั้นให้ไปตั้ง เป็นองค์กรเอกชน NGO รับสั่งอย่างนั้น ก็เลยมีพระกระแสรับสั่งให้ผมไปจดมูลนิธิชัยพัฒนา และพระราชทานชื่อ "ชัยพัฒนา" หมายความว่างานของพระองค์ในการขจัดปัญหาของประเทศชาติ ความทุกข์ของประชาชนนั้นมันเหมือนกับการเข้าสงคราม เอาชนะความยากจน สงครามเอาชนะปัญหาสิ่งแวดล้อม เหมือนกับต้องเข้าไปต่อสู้กับปัญหา แต่การต่อสู้ครั้งนี้เราไม่ใช้อาวุธ แต่ว่าใช้กระบวนการพัฒนาเข้าไปแก้      

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

พอเราทำสำเร็จแล้ว ได้พระราชทานชื่ออันเป็นมงคลว่า "ชัยพัฒนา" เหตุผลที่เป็น NGO หรือองค์กรเอกชน เพราะว่าไม่ใช่ระบบราชการ บางคนไปใส่ในพระบรมราชูปถัมภ์ ไม่ต้องใส่ ชัยพัฒนาเฉย ๆ ก็เพียงพอแล้ว ในกรณีดังกล่าว พระเจ้าอยู่หัวทรงดำรงตำแหน่ง เป็นนายก สั่งการเองหมด 

และเมื่อดำเนินการเช่นนั้นมีผลดีอยู่หลายอย่าง เพื่อแก้ไขปัญหาที่ทรงวิตกอยู่ ก็คือสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วมาก สั่งเดี๋ยวนั้น และออกปฏิบัติการทันที เงินไม่ต้องมารอสำนักงบประมาณอนุมัติเหมือนระบบราชการ

ตอนช่วงเวลาดังกล่าว ผมยังไม่เกษียณ ก็เลยครองตำแหน่ง 2 ตำแหน่ง เป็นเลขาธิการ กปร. สำหรับงบราชการ โครงการที่ดำเนินการในระบบ ส่วนอีกกระเป๋าหนึ่งก็เป็นของชัยพัฒนา รับสั่งเดี๋ยวนั้นทำเดี๋ยวนั้นทันที เพราะฉะนั้นโครงสร้างเครื่องมือ ในการทำงานให้ครบถ้วน

โครงการพระราชดำริ มีมากถึง 4,000 โครงการ มูลนิธิชัยพัฒนาทำอย่างไรถึงสนองโครงการพระราชดำริได้หมด ?

ส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของสำนักงาน กปร. อีกส่วนหนึ่งขณะกระบวนราชการปฏิบัติไม่ค่อยสะดวก ชัยพัฒนา จะเป็นฝ่ายรับ โดยใช้งบประมาณของพระองค์เองและของมูลนิธิ จะเห็นจุดเด่นอย่างหนึ่งคือ นอกเหนือไปจากงานพัฒนา ยังทรงสร้างเครื่องมือในการพัฒนาที่เหมาะสม งานประเภทไหนควรจะใช้เครื่องมือแบบไหน ทรงสร้างไว้หมด จนกระทั่งไปถึงสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าทรงงานอย่างครอบจักรวาล