วุฒิสภาสหรัฐฯได้มีมติอนุมัติขอบเขตการกู้ยืมเงินของรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม เพื่อให้รัฐบาลไม่ต้องผิดนัดชำระหนี้ในวันที่ 3 ธันวาคม

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

การอนุมัติขยายเพดานการกู้เงินดังกล่าวเกิดขึ้นได้ด้วยการประนีประนอมระหว่างผู้นำของเดโมแครตกับรีพับลิกัน การลงมติจบลงด้วยคะแนน 50-48 เสียง จบลงด้วยวุฒิสภาเห็นชอบในการขยายวงเงินกู้อีกกว่า 4.8 แสนล้านดอลลาร์ เพื่อป้องกันไม่ให้รัฐบาลกลางผิดนัดชำระหนี้ ที่ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าอาจทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจได้


หลังจากผ่านการลงมติจากวุฒิสภาขั้นตอนที่เหลือจะเป็นการส่งไปยังสภานิติบัญญัติ คาดว่าจะผ่านร่างกฎหมายไปได้ในที่สุด มติดังกล่าวช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดกับเพดานหนี้สาธารณะของประเทศ บรรเทาความกังวลของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ว่าการผิดนัดชำระหนี้จะส่งผลกระทบต่อผู้คนหลายล้านและทำให้ประเทศตกอยู่ในความเสี่ยง


ข้อตกลงเหล่านี้เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากนัดชำระหนี้ที่ครบกำหนดในวันที่ 3 ธันวาคม 2021 เมื่อสภาคองเกรสต้องเผชิญเส้นตายในการจัดหาเงินทุนแก่รัฐบาลและเพิ่มเพดานเงินกู้สาธารณะ โดยมีเส้นตายจำกัดคือวันที่ 18 ตุลาคม จากคำเตือนของกระทรวงการคลังที่ว่า เงินทุนที่มีไม่เพียงพอในการชำระหนี้


ก่อนหน้านี้วุฒิสมาชิกฝั่งรีพับลิกันยืนยันว่า จะไม่สนับสนุนนโยบายการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะของเดโมแครต จนสร้างความไม่พอใจให้แก่ประธานาธิบดีไบเดนเป็นอย่างมาก นำมาสู่คำต่อว่าจากทีมงานของไบเดนว่าทางรีพับลิกันกำลังนำเศรษฐกิจของประเทศมาพัวพันและเล่นเกมการเมือง ซึ่งนั่นคือสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นตั้งแต่ต้น

เช่นเดียวกับทางประธานาธิบดีไบเดนออกมากล่าวว่า การแสดงการต่อต้านเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะในครั้งนี้เป็นเรื่องไม่ถูกต้องและอันตราย อาจกลายเป็นสาเหตุของวิกฤตการเงินระหว่างประเทศที่สหรัฐฯไม่สามารถจัดการได้ ส่งผลกระทบต่อตลาดการเงิน สินเชื่อ จนถึงตลาดหุ้นทั่วโลกดิ่งตัว นำไปสู่ปัญหาอัตราการจ้างงานลดลงเป็นวงกว้างได้


จากการคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่ถูกพูดถึงอาจร้ายแรงกว่าครั้งที่เกิดวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในปี  2008 มาก เนื่องจากเศรษฐกิจหลายประเทศยังอยู่ในภาวะฟื้นตัวรวมถึงดิ้นรนภายใต้การระบาดของโควิด-19


อย่างไรก็ตามการขยายวงเงินกู้เพิ่มเพดานหนี้ ทำให้ดัชนีตลาดหุ้น S&P 500 ฟื้นกลับมา 1.5% ในช่วงเที่ยง เช่นเดียวกับตลาดหุ้น Nasdaq ถีบตัวกลับขึ้นมากว่า 1.8%