อดีตกุนซือบิ๊กป้อม วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง เรื่องปรับ หรือไม่ปรับครม. รัฐบาลบิ๊กตู่ ก็เละทั้งนั้น พร้อมส่อง “พรรคลุงฉิ่ง” ส่อแท้งก่อนคลอด

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

8 ตุลาคม 2564 นายไพศาล พืชมงคล อดีตกรรมการผู้ช่วยรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ) โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ผ่านทางเฟซบุ๊ก Paisal Puechmongkol มีเนื้อหาดังนี้...

 

1. หลังจากพลเอกประวิตร หัวหน้า พปชร. ส่งสัญญาณว่าไม่ปรับ ครม. แล้ว นายกรัฐมนตรีก็ขานรับว่ายังไม่ปรับ ครม. จึงเป็นอันว่าช่วงนี้ ยังไม่มีการปรับครม.

 

2. ถ้าไม่ปรับ บรรดาพวกที่สนับสนุนการโหวตไว้วางใจนายกรัฐมนตรี และตกปากรับคำอะไรกันไว้ก็จะรอเก้อ วันหนึ่งก็จะรอไม่ไหว!!

ในขณะเดียวกันลุงฉิ่งก็จะขาลอย

เมื่อไม่ได้เป็นมท.2 พรรคลุงฉิ่งก็จะแท้งก่อนคลอด!

เพราะยิ่งขาลอยนานเท่าใดก็ยิ่งวังเวงมากเท่านั้น!

และถ้าไม่ปรับก็เท่ากับยก 4 กรมใหญ่ ของกระทรวงเกษตร ซึ่งเป็นโควตาของ พปชร. ให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นของแถม

แล้ว พปชร.จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

การไม่ปรับจึงมีแต่เละ

อดีตกุนซือบิ๊กป้อมชี้ปรับ-ไม่ปรับครม.ก็เละ ‘พรรคลุงฉิ่ง’ส่อแท้ง

 

3. ถ้าปรับครม. ก็ต้องคืนตำแหน่งให้กับ พปชร. ทั้ง 2 ตำแหน่ง ถ้าไม่คืนก็เละ!

แต่ถ้าคืนให้ ก็ทำให้ ส.ส.ใต้ และกลุ่มสามมิตรที่ตกปากรับคำกันไว้ ไม่ได้ตำแหน่งและจะตีรวนจนพัง และพวกที่หมายปองกระทรวงพลังงาน กระทรวงการคลังไว้ ก็จะรุมกินโต๊ะจนเปรอะไปหมด

ดังนั้นหนทางปรับ ครม. ไม่ว่าปรับหรือไม่ปรับ ก็เละทั้งนั้น!!!

 

3 จะเบาสุดก็ต้องให้พลเอกประวิตร เป็นรองนายก ควบมท. 1 และกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยร้อยเอกธรรมนัสเป็นเลขามท.1 และดร.นฤมลเป็นเลขารองนายก ก็จะมีตำแหน่งเหลือไปจัดสรรให้แก่พวกที่ตกปากรับคำกันไว้!!!

 แล้วจะเอาพลเอกอนุพงษ์ ไปไว้ที่ไหน?

ก็ต้องไปกลาโหม ส่วนสามมิตรก็ต้องให้กระทรวงพลังงานแลกกับกระทรวงอุตสาหกรรม

ก็จะมีตำแหน่งเหลือให้ 13 สส.ภาคใต้

ส่วนลุงดอนนั้นก็ควรพักได้แล้ว และเชิญนักการทูตมืออาชีพ ที่ประสานได้ทั้งnato และ sco มากอบกู้งานต่างประเทศครั้งใหญ่ !!!

ปรับไม่ปรับก็เละทั้งนั้น!!!

ลุงฉิ่งขาลอยมา 8 วันแล้ว!!!

อดีตกุนซือบิ๊กป้อมชี้ปรับ-ไม่ปรับครม.ก็เละ ‘พรรคลุงฉิ่ง’ส่อแท้ง

1. ลุงฉิ่งเกษียณมา 8 วันแล้ว ยังไม่มีวี่แวว ของพรรคการเมืองใหม่ ทุกอย่างยังคงเงียบกริบ

 

2.พปชร. ตัดหน้า ประกาศเสนอชื่อพลเอกประยุทธ์ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทำให้พรรคของลุงฉิ่ง อาจแท้งก่อนคลอด และทำให้ ส.ส. พปชร. บางคนที่คิดจะแยกตัวต้องถูกตรึงอยู่ที่เดิม คงมีแต่พันเอกสุชาติคนเดียว ที่ประกาศออกจากพรรค พปชร. ไปแล้ว

 

ดังนั้น ในขณะนี้ต้องถือว่า พปชร. คือคู่แข่งสำคัญของ พท. ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ในขณะที่พรรคจิ๋วและพรรคสมัครเล่นทั้งหลาย พากันวังเวงตามไปด้วย

 

3. ขณะนี้เหลือเวลาอีก 15 วันเป็นอย่างช้า ที่นายกจะต้องนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้า

ดูท่ายังไม่มีการตกลงปลงใจแน่นอนว่าจะเปลี่ยนการเลือกตั้งโดยบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ตามร่างรัฐธรรมนูญใหม่ หรือจะกลับไปใช้บัตรเบอร์เดียวเหมือนเดิม

 

แต่เมื่อพิจารณาจากการไม่มีการออกพระราชกำหนดใดๆ ก็สะท้อนถึงความกังวลเรื่องคะแนนเสียงในสภาผู้แทนราษฎร

 

และเมื่อเป็นเช่นนี้ บรรยากาศที่ดูเหมือนคลื่นลมสงบในยามนี้ แท้จริงอาจรอวันเวลาที่พายุใหญ่จะพัดถล่มมาในวันใดก็ได้!!!

 

เมื่อมีอาการไปไม่เป็นเช่นนี้ ก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการตัดไม้ข่มนามว่า "ไปยาว" ดังที่เห็นกันอยู่

 

จะไปยาวไปสั้นไม่ได้อยู่ที่การตัดไม้ข่มนาม! แต่อยู่ที่ใครคุมเสียง ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรต่างหาก