ความคืบหน้ากรณีเหตุการณ์ที่เฟซบุ๊กและโซเชียลมีเดียในเครืออย่าง ล่มนานเกือบ 6 ชั่วโมง เมื่อคืนวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา จากการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าของเราเตอร์หลัก จนทำให้ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เจ้าของเฟซบุ๊กสูญเสียรายได้กว่า 6 พันล้านดอลล์สหรัฐฯ (อ่านต่อรายละเอียด)
ล่าสุดวันนี้ (6 ต.ค. ) มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีดังกล่าว โดยสรุปได้ว่า “ผมอยากจะแบ่งปันข้อความนี้ ที่ผมเขียนถึงทุกคนในบริษัทครับ”
“สวัสดีทุกคน, นี่ก็ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์แล้ว ผมอยากแบ่งปันความคิดบางอย่างให้กับพวกคุณอย่างแรก, ระบบของเราล่มเมื่อวานนี้ เป็นสิ่งที่เลวร้ายมากในรอบหลายปี พวกเราใช้เวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาเรียนรู้ที่ที่ทำให้ระบบของเราแข็งแกร่งขึ้น เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่างานที่เราทำมีความสำคัญต่อผู้อื่นอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่การแข่งขันกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ในตลาดหรือว่าเราสูญเสียเงินไปเท่าไหร่ แต่มันกลับมีความตรงที่ว่ามีผู้คนมากมายใช้บริการของเราติดต่อกับคนรัก ดำเนินธุรกิจ หรือแม้กระทั่งสนับสนุนชุมชน”
“หัวใจสำคัญของข้อความที่กล่าวมานั้น ความคิดที่บอกว่าบริษัทของเรานั้นให้สำคัญกับเรื่องของผลกำไรมากกว่าความปลอดภัยและความอยู่ดีกินดีนั้น เป็นเรื่องที่ไม่จริง ยกตัวอย่าง เมื่อเราถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับการเพิ่มรีแอ๊คชั่นที่ลึกซึ้งเข้าไปใน นิวส์ฟีด ก็เพราะว่ามันจะทำให้ผู้ใช้เห็นคลิปไวรัลน้อยลงและสามารถเห็นเนื้อหาจากเพื่อนๆ และครอบครัวได้มากขึ้น ซึ่งเราทราบดีว่าการทำเช่นนี้จะทำให้ผู้ใช้เฟซบุ๊กน้อยลง แต่การวิจัยนี้ก็ทำให้เห็นว่าเรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องสำหรับผู้ใช้ และนั่นคือสิ่งที่บริษัทเน้นผลกำไรทำกันหรือไม่?”