หากแยกผู้ติดเชื้อรายจังหวัดพบว่าผู้ติดเชื้อรวม 9,866 ราย แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อจากต่างประเทศ 16 ราย กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 2,218 ราย 4 จังหวัดภาคใต้ 1,922 ราย จังหวัดอื่น 67 จังหวัด 5,665 ราย ทั้งนี้พบว่า การติดเชื้อที่จังหวัดชายแดนใต้ อัตราอย่างสูงคิดเป็น 20% ของวันนี้ ขณะที่กรุงเทพและปริมณฑลคิดเป็น 23% ต่างจังหวัด 67 จังหวัดคิดเป็น 57%
สำหรับผู้ป่วยเสียชีวิต 102 ราย แบ่งเป็น กรุงเทพมหานครรวม 22 ราย สมุทรปราการ ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร รวม 14 ราย นครราชสีมา บุรีรัมย์ อุบลราชธานี รวม 6 ราย ตาก พิษณุโลก เพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ สุโขทัย รวม 11 ราย ยะลา กระบี่ นราธิวาส สตูล ชุมพร ระนอง รวม 12 ราย ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา ระยอง ปราจีนบุรี อ่างทอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี นครนายก ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สุพรรณบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา และตราด รวม37 ราย
เป็นชาย 51 ราย หญิง 51 ราย ชาวไทย 97 ราย เมียนมา 3 ราย กัมพูชา 1 ราย เนเธอร์แลนด์ 1 ราย ค่ามัธยฐานของอายุ 70 ปี (38- 102 ปี) ค่ามัธยฐานทราบติดเชื้อเสียชีวิต 14 วัน นานสุด 48 วัน อายุ 60 ปีขึ้นไป 73 ราย คิดเป็น 72% อายุน้อยกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 22 ราย คิดเป็น 22% ไม่มีประวัติโรคเรื้อรังเจ็ดรายคิดเป็น 6%
ทั้งนี้ผู้เสียชีวิตที่มีประวัติการสูบบุหรี่ วันนี้ สมาพันธ์เครือข่ายแห่งชาติเพื่อสังคมไทยปลอดบุหรี่ ได้มีการออกแถลงการณ์เน้นย้ำ บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า ถือว่ามีอันตราย มีภาวะทำให้สภาพปอดผิดปกติ ประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19 สามารถเกิดอาการปอดอักเสบ ปอดบวม และระบบหายใจล้มเหลว อย่างรวดเร็วและทำให้ถึงแก่ชีวิตได้
รายงานการเกิดคลัสเตอร์ใหม่มีอย่างต่อเนื่อง โดยกรมควบคุมโรครายงานว่า ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะเป็นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ จึงต้องเน้นย้ำประชาชนที่ไปโรงพยาบาลที่ไปด้วยโรคไข้ ระบบทางเดินหายใจ ขอให้ทุกคนแจ้งประวัติกับแพทย์ พยาบาล ที่เข้ามาทำการคัดกรองด้วย คลัสเตอร์โรงงาน มีที่ จังหวัดจันทบุรี ชลบุรี ตราด คลัสเตอร์ แรงงานเก็บผลไม้ที่เป็นคนไทยเดินทางกลับจากสวีเดน และคนต่างด้าวรับจ้างเก็บลำไยที่จังหวัดจันทบุรี คลัสเตอร์ อู่ซ่อมรถที่จังหวัดจันทบุรี และในส่วนของโรงไฟฟ้าเป็นคลัสเตอร์ที่จังหวัดชลบุรี ส่วนคลัสเตอร์แรงงานประมง เป็นแพปลาที่จังหวัดระยองและประจวบคีรีขันธ์ และยังมีวงงานเลี้ยงสังสรรค์ดื่มเหล้าในงานวันเกิดที่จังหวัดสระแก้ว คลัสเตอร์งานศพ ที่จังหวัดสุรินทร์ จันทบุรี ตราด อุดรธานี อุบลราชธานี รวมถึงปัตตานี
ส่วนพื้นที่สีแดงเข้ม 30 จังหวัด มีหลายจังหวัดตัวเลขผู้ติดเชื้อเริ่มลดลงต่ำกว่า 100 ราย ที่เห็นได้ชัดคือ จังหวัดอ่างทอง สิงห์บุรี ซึ่งจะมีผลให้ที่ประชุมศบค.ชุดเล็ก เตรียมข้อมูลนำเสนอศบค. ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาการผ่อนคลายในอีก 2 สัปดาห์นับจากนี้ และจังหวัดที่ยอดต่ำสุดวันนี้คือจังหวัดน่าน พะเยา ขณะที่จังหวัดนำร่องท่องเที่ยว ที่มีการติดเชื้อถือว่ายังเป็นตัวเลขที่สาธารณสุขยังรับไหวคือ ภูเก็ต กระบี่ พังงา สุราษฎร์ธานี และสมุย ที่วันนี้รายงานคลัสเตอร์โรงเรียน
สำหรับผู้ติดเชื้อ 10 อันดับแรก คือ กรุงเทพมหานคร 1,208 ราย สะสมตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนถึง 6 ตุลาคม รวม 374,067 ราย สงขลา 666 ราย สะสมรวม 32,759 ราย สมุทรปราการ 602 ราย สะสมรวม 113,190 ราย ชลบุรี 601 ราย สะสมรวม 91,082 ราย นราธิวาส 501 ราย สะสมรวม 26,567 ราย ยะลา 446 ราย สะสมรวม 26,465 ราย ระยอง 379 ราย สะสมรวม 33,794 ราย ปราจีนบุรี 313 ราย สะสมรวม 1 17,680 ราย ปัตตานี 309 ราย สะสมรวม 23,792 ราย และนครศรีธรรมราช 259 ราย สะสมรวม 17,722 ราย
ส่วน 4 จังหวัดภาคใต้มีการเสนอที่ประชุมศปก.ศบค. ถึงรายงานสถานการณ์และแผนการจัดการควบคุมโรค และแผนการจัดการทรัพยากรเพื่อรักษาประชาชนที่ติดเชื้อ โควิด-19 ในพื้นที่ ในส่วนจังหวัดสงขลา นายแพทย์ สสจ. ระบุว่าก่อนหน้านี้สองสัปดาห์ตัวเลขยังอยู่ที่ 200 ราย แต่วันนี้ตัวเลขผู้ป่วยรายใหม่ที่จังหวัดสงขลา 666 คน ถือว่าตัวเลขสูงขึ้นเป็น 2 เท่า ทั้งอ.หาดใหญ่ อ.จะนะ อ.เทพา อ.สะบ้าย้อย อ.รัฐภูมิ ส่วนหนึ่งเป็นการสัมผัสผู้ติดเชื้อจากวัฒนธรรมการจิบน้ำชา มีกิจกรรมทางศาสนาประเพณี เปิดหน้ากากร่วมรับประทานอาหารร่วมกัน
นับจากนี้จะมีการประชุมร่วมกันเน้นย้ำการหาผู้ป่วยคัดแยกออกจากชุมนุม นอกจากนี้จะมีการระดมลงพื้นที่ดูแลผู้ติดเชื้อ ขอความร่วมมือประชาชนเฝ้าระวังมาตรการการติดเชื้อ การเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงหรือประชาชนที่มีกิจกรรมเสี่ยงต้องตรวจสอบตัวเอง หากมีประวัติขอให้พบแพทย์โดยเร็ว เพื่อการดูแลให้ไม่ให้เกิดการระบาดเป็นคลัสเตอร์ นอกจากนี้ยีงมีนโยบายการฉีดวัคซีนในกลุ่ม 608 โดยมีการระดมทีมเดินเท้าฉีดวัคซีนในชุมนุม ซึ่งมีประชาชนสะท้อนให้ข้อมูลว่า การให้ข้อมูลไม่ครบถ้วน จนเกิดความลังเลไม่กล้าฉีดวัคซีน ซึ่งจุฬาราชมนตรี ให้ความเชื่อมั่นประชาชนชาวใต้ ว่า สามารถฉีดวัคซีนได้ และมีความจำเป็น ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะ 4 จังหวัดภาคใต้ เชื่อมั่นนอกจากองค์การอนามัยโลกสาธารณสุขจังหวัดของเรา มีมาตรการดูแลเรื่องวัคซีนที่ปลอดภัยแล้ว ในส่วนจุฬาราชมนตรี ตอกย้ำขอความร่วมมือสื่อมวลชนและหน่วยงานในพื้นที่เป็นกระบอกเสียงทำความเข้าใจกับประชาชนด้วย