ครม. มีมติเห็นชอบช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยมีหลักการจ่ายเงิน 3,000 บาทต่อหัวของจำนวนลูกจ้าง รวมระยะเวลา 3 เดือน

คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักการโครงการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงานในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME เมื่อวัน 5 ต.ค.ที่ผ่านมา จ่ายเงินเยียวยา จำนวน 3,000 บาทต่อหัวของจำนวนลูกจ้าง ไม่เกิน 200 คน เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการส่งเสริมและรักษาระดับการจ้างงาน ตลอดจนสร้างความแข็งแรงให้แก่ธุรกิจ เป็นเวลานาน 3 เดือน ตามมติของศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ หรือ ศบศ.

 

ทั้งนี้ ครม. มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน ประสานกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาแนวการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลให้กับผู้ประกอบการในส่วนของรายได้จากเงินอุดหนุนดังกล่าว

 

กระทรวงแรงงานจัดทำรายละเอียดข้อเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ พิจารณาก่อนเสนอ ครม. พิจารณาให้ความเห็นชอบ

 

ครม. เห็นชอบช่วยเหลือ เยียวยา SME ที่ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการเยียวยา นายจ้างเอสเอ็มอี มีดังนี้

  1. เป็นนายจ้างภาคเอกชนที่อยู่ในระบบประกันสังคม มีการจ้างงานลูกจ้างสัญชาติไทยไม่เกิน 200 คน
  2. ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการในเดือนตุลาคม 2564 และรับเงินอุดหนุนในเดือนที่ 1 - 3 (ตั้งแต่พฤศจิกายน 2564 ถึงมกราคม 2565)

 

เงื่อนไขการจ่ายเงินอุดหนุน นายจ้างเอสเอ็มอี ประกอบด้วย

  1. รัฐจ่ายเงินอุดหนุนเพื่อส่งเสริมและรักษาการจ้างงานให้แก่นายจ้าง ให้กับลูกจ้างสัญชาติไทย จำนวนไม่เกิน 200 คน ในอัตรา 3,000 บาท/คน/เดือน เป็นระยะเวลา 3 เดือน
  2. เงินอุดหนุนคำนวณตามยอดการจ้างจริงทุกเดือน โดยพิจารณาจากจำนวนลูกจ้างที่นำส่งเงินสมทบประกันสังคม
  3. นายจ้างจะต้องรักษาการจ้างงานไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ในระหว่างร่วมโครงการ โดย (หากต่ำกว่าร้อยละ 95 จะไม่ได้รับเงินอุดหนุนในเดือนนั้น) ในกรณีนายจ้างมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น จะได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มตามจำนวนการจ้างงานจริง ไม่เกินร้อยละ 5 ของจำนวนลูกจ้างสัญชาติไทย ณ วันเริ่มโครงการ

เจ้าของธุรกิจ SME จะได้รับเยียวยา 3,000 บาทต่อหัวของจำนวนลูกจ้าง