นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือ "หมอล็อต" นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โพสต์คลิปเตือนนักท่องเที่ยว เสียงท่อรถที่ดังเกินไป และแสงไฟเปิดเข้ามาในรัศมีของช้างป่า ทำให้ช้างป่าหงุดหงิดและอาจทำร้ายได้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

3 ตุลาคม 2564 นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน หรือ "หมอล็อต" นายสัตวแพทย์ชำนาญการพิเศษกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้โพสต์คลิปวิดีโอความยาว 33 วินาที ผ่านเฟซบุ๊ก "ภัทรพล ล็อต มณีอ่อน" โดยคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่ช้างป่าวิ่งเข้าหา รถมอเตอร์ไซด์เพื่อจะทำร้าย แต่เจ้าหน้าที่อุทยานจึงวิ่งเข้าหาพร้อมส่งเสียงตะโกน เพื่อบอกให้คนขับรถลงมาจากมอเตอร์ไซด์ เพราะช้างป่าหงุดหงิดกับเสียงและแสงจากรถมอเตอร์ไซด์คันดังกล่าว" 

"เสี้ยววินาทีชีวิต ลองนึกดูถ้าเป็นอีกฉากทัศน์ที่เราไม่ต้องการให้เกิด แล้วมีการบันทึกไว้"
 

 

นายสัตวแพทย์ภัทรพล อธิบายว่า มอเตอร์ไซด์คันนี้คุณสมบัติครบ เสียงท่อดัง เปิดไฟ เข้ามาในรัศมี 50 เมตรของช้างป่า มีเหตุการณ์ชีวิตเกิดขึ้นซ้อนกัน คือ มีวัตถุที่มีแรงสั่นสะเทือนและเสียงแหลมดัง เข้ามาในระยะปลอดภัยของช้างป่าตัวนี้ ช้างป่าจึงวิ่งเข้าหาเพื่อทำร้าย เราจึงต้องวิ่งเข้าหาและส่งเสียงตะโกนเพื่อบอกกับคนที่เข้ามาลงจากมอเตอร์ไซค์ เพราะช้างป่าหงุดหงิดกับเสียงและแสงจากมอเตอร์ไซค์และเบี่ยงเบนความสนใจช้างป่า 

เสี้ยววินาทีชีวิต! "หมอล็อต" โพสต์คลิปเตือน นทท. แสง-เสียง ทำช้างป่าเครียด

ในขณะเดี่ยวกัน วินาทีนั้นผมได้ยินเสียงสไลด์ปืนลูกซอง เตรียมที่จะยิงขึ้นฟ้าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจช้างป่า เป็นความปราถนาดีแต่เสียงปืนนี่เองเป็นเสียงที่ดังมากเกินไป ทำให้ช้างป่าตกใจและเข้าทำร้ายคนได้มากกว่า  เหตุการณ์เพียงเสี้ยววินาทีที่เอามาเป็นตัวอย่างให้นักท่องเที่ยวทุกท่านเวลาเจอเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่อารักขาช้าง ที่อย่าทำให้ช้างป่าตกใจและปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

เสี้ยววินาทีชีวิต! "หมอล็อต" โพสต์คลิปเตือน นทท. แสง-เสียง ทำช้างป่าเครียด

นายสัตวแพทย์ภัทรพล ยังกล่าวอีกว่า หากนักท่องเที่ยว ไปอุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า แล้วพบเจ้าหน้าที่กำลังอารักขาช้างบนถนน หรือในกรณีช้างออกนอกพื้นที่ แล้วพบทีมอาสาสมัครผลักดันช้างป่า อย่าใช้เสียงดัง หรือแสงแฟลตให้ช้างป่าตกใจ เพราะเมื่อช้างป่าเครียดหรือตกใจ จะเข้าไปหาวัตถุที่อยู่ในรัศมีปลอยภัยของช้างคือ 50 เมตร  เจ้าหน้าที่ก็จะทำงานยาก และนั่นจะเป็นเหตุให้ช้างป่าทำร้ายนักท่องเที่ยวท่านอื่นและเจ้าหน้าที่ที่อยู่ใกล้เคียงได้

ช่วงเปิดการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ เรามีโอกาสที่จะเจอสัตว์ป่ามากขึ้น โดยเฉพาะช้างป่า ที่ได้เรียนรู้และใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่างๆ มากกว่าเดิม ดังนั้น พฤติกรรมที่ตอบสนองต่อการกระตุ้นของสิ่งแวดล้อม มีผลอย่างมากต่อพฤติกรรมช้างป่า และอาจทำให้เค้ากลายเป็นจำเลยสิ่งแวดล้อมและเกิดการสูญเสียที่สำคัญขึ้นมาได้  ฝากแจ้งเตือนกันด้วยนะครับ