สวนดุสิตโพล" เผยโพลสำรวจ ผู้ปกครองส่วนใหญ่อยากให้ลูก "ฉีดวัคซีนโควิด-19" แต่กังวล โดยกลัวมากสุด คือ อาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ไทยเพิ่งเริ่มฉีดวัคซีนให้กับเด็ก ข้อมูลจึงยังไม่เพียงพอ เป็นที่ไว้วางใจ

3 ตุลาคม 2564 ตามที่กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโควิด-19 และหวังให้เด็กกลับมาเรียนตามปกติให้ได้เร็วที่สุด เพื่อสะท้อนความคิดเห็นของประชาชนที่มีบุตรหลานอยู่ในวัยเรียน

 

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีบุตรหลานในวัยเรียนทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,089 คน (สำรวจทางออนไลน์) ระหว่างวันที่ 27-30 กันยายน 2564 สรุปผล ได้ ดังนี้


1. ประชาชนพร้อมให้บุตรหลานไปฉีดวัคซีนหรือไม่

  • พร้อม           61.43%
  • ขอรอดูก่อน   26.17%
  • ไม่พร้อม       12.40%

 

2. ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพของวัคซีนที่จะฉีดให้กับเยาวชนอายุ 12-17 ปีหรือไม่

  • เชื่อมั่น     64.72%
  • ไม่เชื่อมั่น 35.28%

 

3. ประชาชนคิดว่าการฉีดวัคซีนให้กับเยาวชนอายุ 12-17 ปี มีผลดีหรือผลเสียมากกว่ากัน

  • มีผลดีมากกว่า              46.74%
  • มีทั้งผลดีผลเสียพอๆกัน 40.96%
  • มีผลเสียมากกว่า           12.30%

 

4. เรื่องใดที่ประชาชนเป็นห่วงสำหรับการฉีดวัคซีนให้กับเยาวชนอายุ 12-17 ปี

  • อันดับ 1 อาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน 77.59%
  • อันดับ 2 ผลข้างเคียงของวัคซีนที่มีต่อเยาวชนในระยะยาว 69.42%
  • อันดับ 3 ความรับผิดชอบกรณีหากมีอาการผิดปกติ 62.08%
  • อันดับ 4 ประสิทธิภาพของวัคซีน 61.89%
  • อันดับ 5สุขภาพร่างกายก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 47.20%

 

5. ประชาชนอยากให้รัฐจัดการการฉีดวัคซีนแบบใด

  • อันดับ 1 มาฉีดให้ที่โรงเรียน 64.13%
  • อันดับ 2 ผู้ปกครองพาไปฉีดที่โรงพยาบาล 17.02%
  • อันดับ 3 ผู้ปกครองพาไปฉีดที่ศูนย์บริการส่วนกลาง 10.19%
  • อันดับ 4 โรงเรียนพาไปฉีดที่ศูนย์ส่วนกลาง 8.66%


6. ประชาชนเห็นด้วยหรือไม่กับการฉีดวัคซีนให้เยาวชนอายุ 12-17 ปี เพื่อให้สามารถไปเรียนที่โรงเรียนได้ตามปกติ

  • เห็นด้วย 75.44%
  • ไม่เห็นด้วย 24.56%

 

กลัวแต่อยากให้ลูก "ฉีดวัคซีนโควิด-19"

อาจารย์ ดร.รุ่งนภา ป้องเกียรติชัย ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรพยาบาลศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจพบว่าประชาชนมีความพร้อมที่จะให้บุตรหลานเข้ารับวัคซีน อาจเนื่องจากความเชื่อมั่นในการป้องกันอาการรุนแรงจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19

ประกอบกับข้อมูลที่พบว่าหลายประเทศได้เริ่มมีการฉีดให้กับเด็กในวัยนี้ จึงทำให้เห็นว่ามีผลดีมากกว่าผลเสีย โดยเฉพาะเรื่องการเปิดโรงเรียนเพื่อเรียนได้ตามปกติ

แต่อย่างไรก็ตามจากผลการสำรวจพบว่า ประชาชนยังกังวลเกี่ยวกับอาการข้างเคียงของการได้รับวัคซีน เนื่องจากข้อมูลเกี่ยวกับผลข้างเคียงที่จะเกิดในเด็กที่ได้รับวัคซีนแล้ว อาจยังมีค่อนข้างน้อย และสำหรับประเทศไทยเพิ่งเริ่มต้นในการฉีดวัคซีนให้กับเด็กกลุ่มนี้ ข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ประชาชนมั่นใจ หรือลดความเป็นห่วง

 

ทั้งนี้การสร้างการรับรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประโยชน์ของการฉีดวัคชีน รวมถึงวิธีการปฏิบัติตัวก่อนและหลังรับวัคซีน และข้อมูลเกี่ยวกับอาการข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากได้รับวัคชีนจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น กระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรค เป็นต้น  จะช่วยลดความกังวลลงได้

 

ที่มา : สวนดุสิตโพล