เหยื่อที่ร่วมเล่นแชร์ซ้อปลา และร่วมออมเงินกับผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ "ซ้อปลา มาดามลูกเหนียง" โดยอ้างว่าให้ผลตอบแทนในอัตราที่สูงแต่ถึงเวลาไม่ได้รับเงินเชื่อถูกหลอก ขึ้นโรงพักขอนแก่น แจ้งคามดำเนินคดีฉ้อโกง เสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

1 ตุลาคม 2564 น.ส.ภัทรจิตต์  ชาวจ.ขอนแก่น พร้อมทนายความกลุ่มทนายใจดีขอนแก่น เดินทางไปที่สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อแจ้งความกับ พ.ต.ท.พิบูรณ เจริญสุข สว.(สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น ว่า ผู้แจ้ง ได้ร่วมออมเงินกับผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ "ซ้อปลา มาดามลูกเหนียง" โดยอ้างว่าได้ผลตอบแทนในอัตราที่สูง

 

โดยผู้แจ้งได้โอนเงินร่วมออม จากบัญชีของผู้แจ้งไปยังบัญชีของ ซ้อปลา หรือ น.ส.กมลวรณ ปิ่นทองพันธ์ และได้โอนจากบัญชีของผู้แจ้งไปยังบัญชีของนายจตุพล ปิ่นทองพันธ์ จำนวนหลายครั้งรวมเป็นจำนวนเงินที่เสียหาย1,509,900 บาท

เหยื่อซ้อปลา แจ้งความสภ.ขอนแก่น เสียหายกว่าล้านบาท

เหยื่อซ้อปลา เข้าขอความช่วยเหลือจากทีมทนายความกลุ่มทนายใจดีขอนแก่น

ต่อมาก็ไม่ได้ผลตอบแทนดังอ้างจึงเชื่อว่าถูกหลอกเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย จึงมาแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีในความผิดฐานฉ้อโกงตามกฎหมายต่อไป


เหตุเกิดที่ ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.-25 ก.ย. 2564 และจะได้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

เหยื่อซ้อปลา แจ้งความสภ.ขอนแก่น เสียหายกว่าล้านบาท

เหยื่อซ้อปลา เข้าขอความช่วยเหลือจากทีมทนายความกลุ่มทนายใจดีขอนแก่น

เหยื่อซ้อปลา แจ้งความสภ.ขอนแก่น เสียหายกว่าล้านบาท

ก่อนหน้านี้ (29 ก.ย.64) ทีมทนายใจดี นำผู้เสียหายจากแชร์ซ้อปลา ออมเงินซ้อปลา 72 ราย แจ้งความร้องทุกข์ต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา พร้อมรายชื่อผู้เสียหาย หนังสือแจ้งความร้องทุกข์ ระบุว่า ผู้เสียหายทั้ง 72 คน ขอร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กล่าวหา น.ส.กมลวรรณ ปิ่นทองพันธ์ หรือซ้อปลา และนายจตุพล ปิ่นทองพันธ์ กับพวก ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง หรือฉ้อโกงประชาชน พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์และหรือข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง

 

โดยมีการกระทำความผิดดังนี้ คือ น.ส.กมลวรรณ กับพวก ได้เปิดเฟซบุ๊ก ชื่อว่า “ซ้อปลา มาดามลูกเหนียง บ้านแชร์ท้าวปลา มาดามลูกเหนียง ออเดอร์ บ้านช้อปลา เลขาบ้านแชร์ช้อปลา และลูกหนี้ บ้านอีซ้อปลา" ได้เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าไปร่วมธุรกิจการขายสินค้าออนไลน์ ซื้อสินค้าออนไลน์จำพวกเครื่องสำอางค์ เป็นต้น

 

และมีการเชิญชวนให้ร่วมออมเงินปันผลกำไรสูง ร้อยละ 20 ต่อเดือน ร่วมตั้งวงแชร์จำนวนเกินกว่า 3 วง ตั้งแต่วงละหลักหมื่นถึงหลักหลายแสนบาท อีกทั้งยังมีบริการให้กู้ยืมเงินอีกด้วย

 

ผู้เสียหาย ทราบว่ามีการลงทุนของ น.ส.กมลวรรณ หรือ ซ้อปลา กับพวกทางโซเชียลจึงเข้าไปเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก และหลงเชื่อในการหลอกลวงดังกล่าวจึงได้ออมเงิน และรวมไปถึงการเข้าร่วมวงแชร์ต่างๆ โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของน.ส.กมลวรรณ และนายจตุพล ซึ่งแรกๆ ก็ได้มีผลตอบแทนตามที่โฆษณาไว้แต่ได้สักระยะหนึ่งก็เริ่มมีการปันผลหรือไม่อาจเปียแชร์ที่ลงไว้ได้ แต่อย่างใด

 

ต่อมา ราวปลายเดือนก.ย.64 ผู้เสียหาย ใช้สิทธิขอถอนเงินออมพร้อมเงินปันผลตลอดจนของเปียแชร์ที่เล่น ไว้ แต่ก็ไม่ได้รับเงินออมและเงินปันผลคืน ทั้งไม่ใด้รับการเปียแซร์เลยโดยอ้างว่ามีคนเปียไปก่อนแล้ว

 

ผู้เสียหาย ได้ติดตามทวงถามขอถอนเงินออมและขอคืนเงินจากวงแซร์ซ้อปลา จากน.ส.กมลวรรณ กับพวกแล้วแต่ก็ ได้รับการเพิกเฉย จนในวันที่ 28 ก.ย.64 ได้ติดตามทวงถามที่บ้านของ น.ส.กมลวรรณ ก็ได้รับคำตอบว่าไม่มีเงินให้ถอนและ ไม่มีเงินคืนให้แล้ว

 

ผู้เสียหาย จึงเชื่อโดยสุจริตใจว่าน.ส.กมลวรรณ หรือซ้อปลา กับพวก ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โฆษณาผ่านแอฟพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก หลอกลวงให้ข้าพเจ้าทั้งหลายหลงเชื่อให้ร่วมออมเงินและเล่นแซร์ ล่อลวงว่ามีผลตอบแทนสูงและเป็นวงแชร์ที่มีอยู่จริง เพื่อให้ได้ไปซึ่งเงินอันเป็นทรัพย์สินของผู้เสียหาย ทำให้เสียหายเป็นเงินร่วม 20 ล้านบาท 

 

ผู้เสียหาย จึงขอร้องทุกข์กล่าวโทษต่อท่านและต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้ติดตาม น.ส.กมลวรรณ หรือซ้อปลา กับพวก มาดำเนินคดีตามกฎหมายตามความผิดที่ได้ก่อไว้จนถึงที่สุด