ทหารเมียนมาทวีความโหดเพิ่มขึ้นทุกวัน ล่าสุดใช้ปืนขู่บังคับไล่ที่ชาวบ้านเกือบ 200 หลังคาเรือนในภูมิภาคมัณฑะเลย์ ตอกย้ำความเป็นเผด็จการและอ้างความชอบธรรมในการใช้ความรุนแรง ละเมิดสิทธิขึ้นพื้นฐานของประชาชนโดยไม่มีใครทำอะไรได้

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

นับตั้งแต่ยึดอำนาจเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ทหารเมียนมา ก็เหิมเกริมหนักขึ้นเรื่อยๆ ชาวบ้านคนหนึ่งในเมืองสิ่นกู้ ภูมิภาคมัณฑะเลย์ เปิดเผยว่าทหารติดอาวุธราว 40 นาย ได้เข้าไปที่หมู่บ้าน 3 แห่ง เมื่อวันที่ 24 กันยายน และสั่งให้ชาวบ้านรื้อถอนบ้านเรือนและอพยพออกไปภายใน 1 สัปดาห์ เพราะพวกเขากำลัง "บุกรุกที่ดินของทหาร" และเมื่อชาวบ้านอ้อนวอน พวกทหารก็บอกว่าอนุญาตให้เข้าไปสร้างที่พักอาศัยกันแดดกันฝนชั่วคราวในทุ่งนาได้ 1 สัปดาห์ จนกว่าจะเก็บเกี่ยวเสร็จ และเมื่อเสร็จแล้วต้องไปทันที

 

เมื่อเจอแบบนี้ชาวบ้านส่วนใหญ่ก็กลัวและไม่อยากอยู่อีกแล้ว แม้จะไม่รู้ว่าจะไปหาที่ซุกหัวนอนที่ไหนก็ตาม หลายคนรื้อถอนบ้านและกองสุมไว้ บางคนไปหลบที่โรงเรียน พวกบ้านที่รื้อถอนง่ายๆ ก็ไปหมดแล้ว เหลือแต่หลังใหญ่ๆ 

 

ทหารเมียนมาโหดใช้ปืนจ่อไล่ที่ชาวบ้าน

พวกชาวบ้านบอกว่าพวกเขาเข้ามาหักร้างถางพงกันตั้งแต่ทศวรรษที่ 1990 พวกเขาเพาะปลูกพืชและจ่ายภาษีให้รัฐบาล แต่ถูก อดีตรัฐบาลทหาร สั่งรื้อถอนเมื่อปี 1996 โดยไม่ได้รับค่าชดเชยใดๆ จากนั้นก็เอาที่ดินผืนนี้ให้บริษัท "Great Wall Agricultural Co" เช่าเป็นเวลา 30 ปี และพวกชาวบ้านก็ถูกบังคับให้จ่ายค่าเช่าที่ทำกินเป็นน้ำตาล 2 ตัน ต่ออ้อย 2.5 ไร่ ต่อมาในปี 2013 ชาวบ้านได้ร้องขอให้รัฐบาลเห็นใจและขอหยุดจ่ายค่าเช่า โดยอ้างกฎหมายที่มีการแก้ไขเมื่อปี 2012 และพอหายใจสะดวกในยุคของ รัฐบาลพลเรือน แต่ล่าสุดทหารได้กลับมาใหม่และมาขับไล่ที่ชาวบ้าน โดยระบุว่าบ้าน 192 หลัง ใน 3 หมู่บ้าน รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของทหาร ทำให้ประชาชนมากว่า 100 คน ถูกไล่ที่ 

ชาวบ้านที่ถูกไล่บอกว่าต้องไปปักหลักกันอยู่ใกล้ๆ เพราะไม่มีที่จะไป ตอนแรกก็บอกให้อพยพภายใน 7 วัน ตอนหลังลดลงเหลือ 3 วัน พวกทหารมาข่มขู่แบบนี้ทุกวัน ชาวบ้านบอกด้วยว่าลำพังหลัง รัฐประหาร ชีวิตก็ลำบากอยู่แล้ว ทั้งยังเจอการระบาดของ โควิด-19 อีก ซึ่งตอนนี้พวกเขามีแต่ความเครียด โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการรื้อถอนบ้าน และสร้างบ้านใหม่ที่จำเป็นต้องเร่งเพราะยังอยู่ในช่วงฤดูฝน