ตร.สอท. เชื่อ “พิยดา” เป็นผู้บงการรายสำคัญ กรณีหลอกซื้อขาย ไอโฟน หลังพบเคยก่อเหตุลักษณะเดียววกัน 3 ครั้ง เมินคำปฏิเสธข้อกล่าวหา เดินหน้าดำเนินคดี จากผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์แล้ว 53 ราย

วันที่ 29 กันยายน 2564 พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 2(ผบก.สอท.2) เปิดเผยว่า ทาง  บก.สอท. มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน หรือเป็นผู้เสียหายในกรณีที่ซื้อสินค้า IG: Phonebymint 

 

หากประชาชนท่านใดที่อยู่ใกล้กับ บช.สอท.ก็สามารถเข้ามาแจ้งความที่ทำการได้ทันที ส่วนประชาชนที่อยู่ไกลก็สามารถเจ้าแจ้งความในพื้นที่ สภ.ใกล้บ้านได้ทั่วประเทศ ซึ่งในส่วนนี้ สอท.จะเป็นผู้สนับสนุนข้อมูลให้กับตำรวจในพื้นที่ ดำเนินคดีกับผู้กล่าวหา 

โดยก่อนหน้านี้  สภ.นาหวาย จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหาย พ่อแม่ของน้องก้อง วัย 14 ปีที่เสียชีวิต ก่อนประสานกับ บก.สอท. ให้ร่วมสอบสวน จนขออนุมัติศาล จ.เชียงใหม่ ออกหมายจับผู้ต้องหาหญิง 2 ราย อายุ 18-19 ปีที่ถูกจับก่อนหน้านี้ จากนั้นทาง บก.สอท ได้ขยายผลขออำนาจศาล จ.นนทบุรี เข้าค้นบ้านแฟนหนุ่มของ น.ส.พิยดา ทองคำพันธ์ พร้อมอายัดทรัพย์สิน บ้าน รถยนต์ คอมพิวเตอร์ และกระเป๋าแบรนด์เนม มูลค่าหลายล้านบาท

 

ทั้งนี้ พบเบาะแสว่า น.ส.พิยดา ได้ทำการหลบหนี ก่อนจะเข้ามอบตัวที่ สภ.นาหวาย อยู่ระหว่างการดำเนินคดี 

นอกจากนี้ ตำรวจยังพบข้อมูลบางที่มีผู้เสียหายอยู่ในพื้นที่ สภ.โพธิ์ธาราม จ.ราชบุรี จนศาลอนุมัติออกหมายจับ น.ส.พิยดา อีก 2 หมาย ซึ่งปัจจุบัน มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 53 คนจากทั่วประเทศ มูลค่าความเสียหายหลายแสนบาท ภายหลังจากควบคุมผู้ต้องหา และครอบครัวของแฟนเข้ามาสอบปากคำ แต่มีการกล่าวอ้างให้ข้อมูลขัดแย้งกันไปมา

 

ทางพล.ต.ต.กานตพงศ์ ยืนยันว่าไม่เป็นอุปสรรคในก่รสืบสวนสอบสวน เพียงแค่อาจจะทำให้ ตำรวจเสียเวลาในการสืบสวนสอบสวน ซึ่งหลังจากนี้ บก.สอท.จะทำการสืบสวนต่อว่าบุคคลใดที่ให้ข้อมูลเป็นไปตามข้อเท็จจริง แต่ตำรวจมีข้อมูลว่า น.ส.พิยดา มีประวัติเคยก่อเหตุในลักษณเดียวกันมาถึง 3 คดี จึงมีเหตุเชื่อได้ว่า น.ส.พิยดา คือผู้บงการ แต่การดพเนินคดีกับบุคคลอื่น อยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน