ล่าสุดเช้าวันนี้ (29 ก.ย.) ผู้เสียหายจะเข้าร้องทุกข์ดำเนินคดี “ซ้อปลา” ในข้อหาฉ้อโกง ต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรสงขา พร้อมทีมทนายใจดี โดยมีผู้เสียหายที่ร้องขอให้กลุ่มทนายใจดีช่วยเหลือ 63 ราย และยังเพิ่มมาเรื่อยๆ ทั้งจากพื้นที่จ.สงขลา ต่างจังหวัด จ.ประจวบฯ กทม จ.เลย และต่างประเทศ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 15,000,000 บาท ที่มาจากเงินออมแล้วถอนไม่ได้ และจากแชร์ ที่ไม่สามารถเปียได้
ตัวแทน กลุ่มทนายใจดี บอกว่า คาดหวังว่าภายหลังที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแล้วเจ้าพนักงานตำรวจจะเร่งดำเนินการตามกฏหมายโดยเฉพาะเรื่องของการนำไปสู่การอายัดบัญชีอายัดทรัพย์สิน ตลอดจนประสานงานหน่วยงาน ปปง. ปอท. เพื่อให้นำเงินมาคืนผู้เสียหายให้ได้
นอกจากนี้ จะแถลงข่าวโดยผู้เสียหาย และกลุ่มทนายใจดี ตอบสื่อมวลชน ดังนี้
1.พาผู้เสียหายจำนวนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่สงขลา และใกล้เคียง มาแจ้งความร้องทุกข์ กลุ่มบุคคลภายใต้เฟซบุ๊กชื่อ “ซ้อปลา” ในข้อหา นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ฉ้อโกง/ฉ้อโกงประชาชน และข้อหาอื่นๆ
2.กลุ่มทนายใจดี ได้รับการประสานงานจากพี่สื่อมวลชนด้วยมีผู้เสียหายของกลุ่มเงินออมและแชร์ดังกล่าวต้องการความช่วยเหลือ ทีมทนายความจึงอาสาเข้ามาช่วยผู้เสียหายในคดีนี้ทั้งหมด โดยเริ่มรับเรื่องร้องเรียนและได้การติดต่อทั้งทางโทรศัพท์ทั้งทาง LINE มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว รวมเป็นจำนวนกว่า 100 รายมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาทซึ่งผู้เสียหายมีพื้นที่กระจายไปทั่วประเทศไทยทั้งยังพบว่ามีผู้เสียหายบางรายอยู่ในต่างประเทศด้วยสำหรับวันนี้เป็นผู้เสียหายในพื้นที่สงขลา และใกล้เคียงเท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นทีมงานจะได้จัดส่งทนายความที่อยู่ในพื้นที่นำผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อสถานนีตำรวจที่อยู่ใกล้พื้นที่ผู้เสียหายนั้นๆ
ในส่วนของคดีตำรวจถูกกล่าวหาอุ้มรีดเงิน นั้น กลุ่มทนายใจดี ได้รับการร้องขอความเป็นธรรมจากหัวหน้าชุดจับกุม จึงได้ขอให้แสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการแสดงพยานหลักฐาน ที่หักล้างข้อกล่าวหา จนค่อนข้างเชื่อว่า มีได้ความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่ในส่วนเรื่องของการปฎิบัติหน้าที่ที่อาจบกพร่องบ้างนั้นก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องไปแก้ข้อกล่าวหาเองตามระเบียบต่อไป
ทั้งนี้ ทางกลุ่มก็ได้ให้ พ.ต.อ.ปพนวัฒน์ ขัตติยะวรานันท์ ทนายความเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือและค้นหาความจริง เพื่อแสดงต่อศาล และต่อสังคม ที่ตำรวจมักถูกมองในแง่ลบมาตลอด ครั้งนี้เรามั่นใจว่าชุดตรวจค้นจับกุมโดยมี พ.ต.ท.ขวัญชาติ จันทะ กับพวกรวม 6 คน ไม่มีความผิดร้ายแรงอย่างที่กล่าวหา และความจริงจะปรากฎเร็วๆ นี้ เพราะหากเราพบว่าเขามีความผิดจริง เขาต้องรับผิดชอบในผลแห่งการกระทำนั้นเองแน่นอน