ผู้เสียหายจากเงินออม และแชร์ "ซ้อปลา มาดามลูกเหนียง" เข้าร้องทุกข์ดำเนินคดี “ซ้อปลา” ในข้อหาฉ้อโกง/พ.ร.บ.คอมพ์ ต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรสงขลา พร้อมทีมทนายใจดี หลังแชร์ล้ม มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น15 ล้านบาท

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

29 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 8 ม.5 ต.ป่าขาด อ.สิงหนคร จ.สงขลา ของน.ส.กมลวรรณ ปิ่นทองพันธ์ หรือ ซ้อปลา อาชีพแม่ค้าออนไลน์ เจ้ามือเงินออม และเจ้ามือแชร์ เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วานนี้ (28 ก.ย.) ลูกค้าออมเงิน ลูกแชร์ "ช้อปลา มาดามลูกเนียง" ที่ขอถอนเงินจากการออมเงิน และจากวงแชร์เนื่องจากเมื่อถึงกำหนดคืนเงิน น.ส.กมลวรรณ ไม่มีเงินคืนให้ลูกค้าเงินออม และลูกแชร์ แม้แต่รายเดียว ได้รวมตัวกันบุกไปบ้านที่บ้าน “ซ้อปลา” เพื่อทวงเงิน เนื่องจาก “ซ้อปลา” ไม่ยอมอ่านข้อความหรือไม่โทรกลับ 

 

เบื้องต้น “ซ้อปลา” ประกาศผ่านช่องทางไลน์ บอกกับลูกค้าว่าจะรับผิดชอบทั้งหมด ให้ทุกคนทำสัญญาเงินกู้ไว้ แต่ไม่เป็นที่พอใจ 

 

โดยเหตุการณ์ช่วงหนึ่งเมื่อทราบว่า วงแชร์ล้ม ได้มีลูกแชร์ บางส่วนไม่พอใจและทำร้ายร่างกายคนในบ้านซ้อปลา (คลิป)

  

สำหรับ น.ส.กมลวรรณ หรือซ้อปลา แม่ค้าออนไลน์ชาวจ.สงขลา และนายจตุพล ปิ่นทองพันธ์ สามี เข้าร้องเรียนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 10 ก.ย.64 ถูกตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัดสงขลา นำโดย พ.ต.ท.ขวัญชาติ จันทะ กับพวกรวม 6 คน ตรวจค้นโดยไม่แสดงหมายค้นโดยชัดแจ้ง ตำรวจชุดตรวจค้นเข้าตรวจค้นในลักษณะที่ผู้เสียหายไม่สามารถปฏิเสธได้ และอ้างว่า หากขัดขืนจะถูกจับกุม ด้วยความกลัวจึงยอมให้ตรวจค้นเข้าทำการตรวจค้น บ้านที่เกิดเหตุ และยึดเงินสดไป 10 ล้านบาท ทองรูปพรรณ 55 บาท นำตัวไปที่เซฟเฮาส์ ต่อมาผู้เสียหายอ้างว่าได้เงินคืนเพียง 5 ล้านบาท ทองรูปพรรณ 55 บาท ส่วนอีก 5 ล้านตำรวจยึดไป แลกกับการปล่อยตัว

 

ในเวลาต่อมา ปรากฎคลิปเสียงยืนยันว่า การกุข่าวตำรวจยึดเงิน 5 ล้าน ทำเป็นขบวนการ โดยให้ "ซ้อปลา" เดินเกมใส่ร้าย ตำรวจชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.ท.ขวัญชาติ หรือสารวัตรเบียร์ คลิปเสียงนี้ เป็นเสียงผู้ชาย 1 ในขบวนการ พูดสำเนียงใต้ขณะใช้มือถือถ่ายภาพจอ cctv หน้าบ้านซ้อปลา วันที่ 10 ก.ย.64 ว่า "แบล็คเมล์อีกสักรูป"

 

จากคลิปนี้ สารวัตรเบียร์ หรือ พ.ต.ท.ขวัญชาติ บอกว่า "มีขบวนการแบล็คเมล์" (คลิป)
 

 

ทั้งนี้ กล้อง cctv หน้าบ้านซ้อปลา ไม่ได้บันทึกเสียงขณะตำรวจเข้าตรวจค้นตามหมายจับเมื่อวันที่ 10 ก.ย.64 แต่เสียงในคลิปเป็นสำเนียงใต้ "แบล็คเมล์อีกสักรูป" คือคนในขบวนการแบล็คเมล์ตำรวจ
 

ล่าสุดเช้าวันนี้ (29 ก.ย.) ผู้เสียหายจะเข้าร้องทุกข์ดำเนินคดี “ซ้อปลา” ในข้อหาฉ้อโกง ต่อผู้บังคับการตำรวจภูธรสงขา พร้อมทีมทนายใจดี โดยมีผู้เสียหายที่ร้องขอให้กลุ่มทนายใจดีช่วยเหลือ 63 ราย และยังเพิ่มมาเรื่อยๆ ทั้งจากพื้นที่จ.สงขลา ต่างจังหวัด จ.ประจวบฯ กทม จ.เลย และต่างประเทศ มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 15,000,000 บาท ที่มาจากเงินออมแล้วถอนไม่ได้ และจากแชร์ ที่ไม่สามารถเปียได้

แชร์ซ้อปลาล้ม "ลูกแชร์ ลูกค้าเงินออม" สูญเงิน 15 ล้าน

แชร์ซ้อปลาล้ม "ลูกแชร์ ลูกค้าเงินออม" สูญเงิน 15 ล้าน

แชร์ซ้อปลาล้ม "ลูกแชร์ ลูกค้าเงินออม" สูญเงิน 15 ล้าน

ตัวแทน กลุ่มทนายใจดี บอกว่า คาดหวังว่าภายหลังที่มีการแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแล้วเจ้าพนักงานตำรวจจะเร่งดำเนินการตามกฏหมายโดยเฉพาะเรื่องของการนำไปสู่การอายัดบัญชีอายัดทรัพย์สิน ตลอดจนประสานงานหน่วยงาน ปปง. ปอท. เพื่อให้นำเงินมาคืนผู้เสียหายให้ได้

 

นอกจากนี้ จะแถลงข่าวโดยผู้เสียหาย และกลุ่มทนายใจดี ตอบสื่อมวลชน ดังนี้ 

 

1.พาผู้เสียหายจำนวนหนึ่งที่อยู่ในพื้นที่สงขลา และใกล้เคียง มาแจ้งความร้องทุกข์ กลุ่มบุคคลภายใต้เฟซบุ๊กชื่อ “ซ้อปลา” ในข้อหา นำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ฉ้อโกง/ฉ้อโกงประชาชน และข้อหาอื่นๆ  

2.กลุ่มทนายใจดี ได้รับการประสานงานจากพี่สื่อมวลชนด้วยมีผู้เสียหายของกลุ่มเงินออมและแชร์ดังกล่าวต้องการความช่วยเหลือ ทีมทนายความจึงอาสาเข้ามาช่วยผู้เสียหายในคดีนี้ทั้งหมด โดยเริ่มรับเรื่องร้องเรียนและได้การติดต่อทั้งทางโทรศัพท์ทั้งทาง LINE มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมาแล้ว รวมเป็นจำนวนกว่า 100 รายมูลค่าความเสียหายไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาทซึ่งผู้เสียหายมีพื้นที่กระจายไปทั่วประเทศไทยทั้งยังพบว่ามีผู้เสียหายบางรายอยู่ในต่างประเทศด้วยสำหรับวันนี้เป็นผู้เสียหายในพื้นที่สงขลา และใกล้เคียงเท่านั้น ส่วนพื้นที่อื่นทีมงานจะได้จัดส่งทนายความที่อยู่ในพื้นที่นำผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อสถานนีตำรวจที่อยู่ใกล้พื้นที่ผู้เสียหายนั้นๆ

แชร์ซ้อปลาล้ม "ลูกแชร์ ลูกค้าเงินออม" สูญเงิน 15 ล้าน

แชร์ซ้อปลาล้ม "ลูกแชร์ ลูกค้าเงินออม" สูญเงิน 15 ล้าน

แชร์ซ้อปลาล้ม "ลูกแชร์ ลูกค้าเงินออม" สูญเงิน 15 ล้าน

 

ในส่วนของคดีตำรวจถูกกล่าวหาอุ้มรีดเงิน นั้น กลุ่มทนายใจดี ได้รับการร้องขอความเป็นธรรมจากหัวหน้าชุดจับกุม จึงได้ขอให้แสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการแสดงพยานหลักฐาน ที่หักล้างข้อกล่าวหา จนค่อนข้างเชื่อว่า มีได้ความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่ในส่วนเรื่องของการปฎิบัติหน้าที่ที่อาจบกพร่องบ้างนั้นก็เป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องไปแก้ข้อกล่าวหาเองตามระเบียบต่อไป

ทั้งนี้ ทางกลุ่มก็ได้ให้ พ.ต.อ.ปพนวัฒน์ ขัตติยะวรานันท์ ทนายความเป็นผู้ให้ความช่วยเหลือและค้นหาความจริง เพื่อแสดงต่อศาล และต่อสังคม ที่ตำรวจมักถูกมองในแง่ลบมาตลอด ครั้งนี้เรามั่นใจว่าชุดตรวจค้นจับกุมโดยมี พ.ต.ท.ขวัญชาติ จันทะ กับพวกรวม 6 คน ไม่มีความผิดร้ายแรงอย่างที่กล่าวหา และความจริงจะปรากฎเร็วๆ นี้ เพราะหากเราพบว่าเขามีความผิดจริง เขาต้องรับผิดชอบในผลแห่งการกระทำนั้นเองแน่นอน