ผบ.ตร.เตรียมปรับยุทธวิธีใช้กำลัง-บังคับใช้กม. รวมถึงการข่าว และประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำ ย้ำไม่ใช่อาชญากรทั่วไป มีความรู้เทคนิคข้อกฎหมาย  เชื่อป่วนเผาป้อมจราจรสร้างความวุ่นวาย กระทบภาพลักษณ์ความปลอดภัย หวังผลการเมือง  ต้องจัดการควบคุมให้ได้

23 กันยายน 2564  พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยถึงเหตุการณ์เผาป้อมจราจรหลายจุดในกรุงเทพมหานครกลางดึกที่ผ่านมาว่า ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว ก็ต้องปรับยุทธวิธีกันไป ต้องประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำกว่านี้ เพราะจะเห็นว่ามีการกระจายตัวยกระดับความรุนแรง

 

ตำรวจต้องปรับยุทธวิธีการใช้กำลัง การบังคับใช้กฎหมาย และเรื่องการข่าว ตำรวจไม่ได้วิ่งตามม็อบ แต่เป็นผู้ก่อเหตุ ซึ่งอาจจะเป็นเส้นเบลอๆ ระหว่างม็อบกับผู้ที่ก่อเหตุ เพราะเขาต้องการให้เป็นแบบนั้น

 

เตรียมปรับยุทธวิธีรับมือผู้ชุมนุม ประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำ

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า การกระทำแบบนี้ไม่ใช่อาชญากรทั่วไป จะเห็นว่าตั้งแต่สิงหาคมที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน มีการจับกุมผู้ก่อเหตุกว่า 400 ราย ทุกครั้งที่จับเขาจะมีความรู้เทคนิคข้อกฎหมายต่างๆ มากขึ้น เห็นจากมีฝ่ายกฎหมายที่พร้อมปฏิบัติงาน 24 ชั่วโมง

 

พอมีคนโดนจับจะมาทันที ตอนนี้ได้พูดคุยกับฝ่ายสอบสวนว่า การบังคับใช้กฎหมายให้ดูเรื่องฐานความผิดอื่นๆ ถ้ามีองค์ประกอบความผิดอื่น เช่น อั้งยี่ ซ่องโจร ให้ไปรวบรวมพยานหลักฐานมา

 

เตรียมปรับยุทธวิธีรับมือผู้ชุมนุม ประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำ

 

เมื่อถามว่ากลุ่มที่ก่อเหตุเผาป้อมจราจรมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเดิมๆ หรือไม่ พล.ต.อ.สุวัฒน์กล่าวว่า เขาลงมือกระทำเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวาย กระทบต่อภาพลักษณ์ในเรื่องรักษาความปลอดภัย ความมั่นคง กระทบกระเทือนต่อความรู้สึกพี่น้องประชาชน และหวังผลทางการเมือง ส่วนจะมีพัฒนาการที่รุนแรงกว่านี้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการจัดการของตำรวจ ซึ่งต้องจัดการให้ได้

 

เตรียมปรับยุทธวิธีรับมือผู้ชุมนุม ประเมินสถานการณ์ให้แม่นยำ