สหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย ร่วมกันก่อตั้งกลุ่มความมั่นคงในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกโดยไม่เชิญฝรั่งเศสเข้าร่วม แถมออสเตรเลียยังยกเลิกสัญญาซื้อเรือดำน้ำของฝรั่งเศส หันไปซื้อเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์จากสหรัฐและอังกฤษแทน สร้างความโกรธแค้นให้ฝรั่งเศสมาก

การก่อตั้งกลุ่มความมั่นคงใหม่หรือที่เรียกว่า AUKUS ซึ่งประกอบด้วยออสเตรเลีย อังกฤษและสหรัฐ เป็นหุ้นส่วนไตรภาคี หรือ Trilateral Partnership ซึ่งประกาศเมื่อวันพุธที่ผ่านมา สร้างความประหลาดใจให้กับบรรดาพันธมิตรของทั้งสามชาติเพราะชาติที่เหลือได้กลายเป็นส่วนเกินไปแล้ว โดยเฉพาะที่้เดือดหนักมากก็คือฝรั่งเศสเพราะต้องสูญเสียสัญญามูลค่ามหาศาลที่จะผลิตเรือดำน้ำให้กับออสเตรเลียอย่างคิดไม่ถึงเพราะออสเตรเลียหันไปซื้อเรือดำน้ำจากสหรัฐและอังกฤษแทน

การผลิตเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์ให้ออสเตรเลียอย่างน้อย 8 ลำเป็นการส่งสารให้จีนรู้ว่าอเมริกาและพันธมิตรไม่ได้อยู่เฉยๆ แล้วปล่อยให้จีนทำตามอำเภอใจในแปซิฟิค และยังชี้ให้เห็นว่าประธานาธิบดีไบเดนต้องการสร้างพันธมิตรไว้ต่อกรกับศัตรูร่วมกัน แตกต่างจาก โดนัลด์ ทรัมป์ที่หว่านเมล็ดพันธุ์แห่งความไม่ไว้วางใจในหมู่พันธมิตรของสหรัฐฯ

 

แต่เจอราร์ด อาโรลด์ อดีตทูตฝรั่งเศสประจำสหรัฐโต้กลับอย่างดุเดือดว่าต้องเข้าใจว่าเดิมพันของฝรั่งเศสนั้นยิ่งใหญ่กว่าเรื่องสัญญาขายเรือดำน้ำ 12 ลำให้ออสเตรเลีย เพราะนี่เป็นเรื่องหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่ฝรั่งเศสต้องมีส่วนร่วมในอินโดแปซิฟิก

ไม่นานมานี้ประธานาธิบดีฝรั่งเศส 2 คนยอมนั่งเครื่องบิน 20 ชั่วโมงไปเยือนออสเตรเลีย พูดคุยกันหลายครั้ง ฝึกรบทางเรือร่วมกันและร่วมกับอินเดียด้วย แต่จู่ๆฝรั่งเศสก็ถูกออสเตรเลียยกเลิกสัญญาขายเรือดำน้ำ ยกเลิกการเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในชั่วข้ามคืนแถมไม่เชิญฝรั่งเศสร่วมด้วย ถือว่าสหรัฐและออสเตรเลียดูถูกฝรั่งเศสมาก

 

และฝรั่งเศสยังพบว่าสหรัฐฯ และออสเตรเลียวางแผนหักหลังมาเป็นสัปดาห์และเป็นเดือนแล้ว พันธมิตรต้องไม่ทำแบบนี้ ถือเป็นการทรยศ ฝรั่งเศสจึงเรียกทูตฝรั่งเศสประจำสหรัฐฯ และออสเตรเลียกลับบ้านทันที ขณะเดียวกันก็ประณามอังกฤษว่าเป็นพวกฉวยโอกาส