เกิดการทะเลาะกันระหว่างประเทศพันธมิตรตะวันตกด้วยกันเอง เมื่อรัฐบาลฝรั่งเศสเรียกเอกอัครราชทูตประจำสหรัฐฯ และออสเตรเลียกลับประเทศเป็นการด่วน เนื่องจากไม่พอใจที่สหรัฐฯ ประกาศช่วยออสเตรเลียสร้างเรือดำน้ำ โดยฝรั่งเศสเรียกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า "ถูกแทงข้างหลัง"

กระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสเผยแพร่แถลงการณ์ ระบุว่า  ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง มีคำสั่งให้เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำสหรัฐฯ และเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำออสเตรเลีย เดินทางกลับกรุงปารีสเป็นการด่วนเพื่อการปรึกษาหารือ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดที่ดำเนินอยู่

ก่อนหน้านี้ นายฌอง-อีฟว์ เลอ ดริยง รัฐมนตรีต่างประเทศฝรั่งเศส กล่าวว่าข้อตกลงระหว่างสหรัฐฯ อังกฤษ และออสเตรเลีย ในการสร้างเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ 8 ลำ โดยไม่บอกกล่าวฝรั่งเศสล่วงหน้า เป็นพฤติกรรมแบบ "แทงข้างหลัง" พร้อมเปรียบเทียบว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังทำตัวเหมือนอดีตประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ด้วย

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจของฝรั่งเศส โดยยืนยันว่าฝรั่งเศสเป็นพันธมิตรสำคัญ ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลียกล่าวว่า ยอมรับการตัดสินใจของรัฐบาลฝรั่งเศส โดยเมื่อวานนี้นายกฯ ออสเตรเลียยืนยันว่า เคยเปรยเรื่องการยกเลิกข้อตกลงซื้อเรือดำน้ำ 12 ลำ มูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์จากฝรั่งเศส ที่เคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2559 กับ ประธานาธิบดีมาครง ไปแล้วเมื่อหลายเดือนก่อน