จำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุด 10 อันดับแรก กรุงเทพมหานคร 2,831 ราย ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายนถึง 20 กันยายน รวม 346,262 ราย สมุทรปราการ 942 ราย รวม 101,713 ราย ชลบุรี 532 ราย รวม 80,056 ราย ระยอง 451 ราย รวม 27,034 ราย ยะลา 440 ราย รวม 17,955 ราย ราชบุรี 424 ราย รวม 26,586 ราย นครศรีธรรมราช 338 ราย รวม 12,302 ราย สงขลา 334 ราย รวม 25,600 ราย นนทบุรี 329 ราย รวม 5,104 รายและสมุทรสาคร 325 ราย รวม 85,886 ราย
ขณะที่ กรมควบคุมโรคได้มีการรายงาน การติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อน แคมป์คนงานที่จังหวัดปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี กาญจนบุรี เป็นคลัสเตอร์แคมป์ก่อสร้างจับไก่ ส่วนจังหวัดอุดรธานี ตลาด งานศพ และหลายจังหวัดมีการติดเชื้อในตลาดสด เช่น สระแก้ว ชัยภูมิ นครศรีธรรมราช ศูนย์ฝึกทหาร นักเรียนทหาร นักบวช ที่จังหวัดสตูล ทั้งนี้ ผู้ที่มีอัตราป่วยหนักและเสียชีวิตของ 4 ภาคใต้ จะเป็นกลุ่มผู้มีอายุ และไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ขณะที่จังหวัดมหาสารคาม ยังมีการรายงานการตั้งวงดื่มสุรา
ทั้งนี้ ขอให้มีการเข้มงวดมาตรการ ในช่วงที่จะมีเทศกาลเกษียณอายุราชการ งานมุทิตาจิต ขอให้หน่วยงานราชการเน้นย้ำ นอกจากนี้ กรมควบคุมโรคยังรายงานว่าผู้ติดเชื้อบางรายที่ทราบผลติดเชื้อแล้วแต่ยังมีการออกไปใช้ชีวิตในชุมชน ออกไปซื้อข้าวของ รวมถึงผู้สัมผัสใกล้ชิด ผู้สัมผัสเสี่ยงสูง มีรายงานไม่กักตัว จึงอยากให้ประชาชนที่อาจจะหละหลวมกับมาตรการต่างๆ ขอให้ยังคงเน้นย้ำมาตรการกันอีกสักระยะ
ขณะที่ จังหวัดการพบผู้ติดเชื้อรายวันเป็น 0 ราย 1 จังหวัดคือบึงกาฬ ติดเชื้อ 1-10 ราย 9 จังหวัด ติดเชื้อ 11-50 ราย 29 จังหวัด ติดเชื้อ 51-100 ราย 9 จังหวัด ติดเชื้อ มากกว่า 100 ราย 29 จังหวัด
ในส่วนของ กรุงเทพมหานคร ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีการพูดถึงการพัฒนาเป็นพื้นที่นำร่องชื่อ “กรุงเทพแซนด์บ็อกซ์” เป็นการเปิดบ้านเปิดเมืองในวิถีชีวิตใหม่ สิ่งสำคัญต้องดูจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นหลัก โดยวันนี้ กรุงเทพมหานครรายงานผู้ติดเชื้อ 2,831 ราย ยืนยันสะสม 346,262 ราย ผู้ป่วยเข้าสู่การแยกกักตัวที่บ้าน 306 ราย เข้าสู่ศูนย์แยกกักในชุมชน 83 ราย จัดสรรเข้าสู่โรงพยาบาลสนามและโรงพยาบาลตามอาการหนักเบา แล้วจะเห็นว่าหลังๆ ไม่มีการเสียชีวิตที่บ้าน เพราะศักยภาพในการรองรับผู้ป่วยทั้งระดับสีเขียว เหลือง แดง ของกรุงเทพมหานครมีความพร้อม
กรุงเทพมหานคร มีการฉีดวัคซีนครอบคลุมเข็มแรก 102.13% หรือ 7,863,347 ราย ขณะที่เข็มสอง 42.57% อย่างไรก็ตามหากการติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง ประชาชนกรุงเทพมหานคร พอเห็นทิศทางว่าการเปิดบ้านเปิดเมืองจะเป็นไปได้แน่นอน
นอกจากนี้ในที่ประชุมศปก.ศบค. รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เน้นย้ำว่า "กรุงเทพแซนด์บ็อกซ์" ในขณะนี้ยังไม่กำหนดวัน หลักเกณฑ์ที่สำคัญคือคน กรุงเทพมหานครจะต้องได้รับวัคซีนเข็มที่สองเกิน 70% อัตราผู้ติดเชื้อรายวันจะต้องมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งจะมีการพิจารณาควบคู่ เรื่องศักยภาพเตียงรองรับ หากพบมีการติดเชื้อกลับสูงขึ้นมา หรือเป็นกลุ่มก้อน กรุงเทพมหานครจะต้องมีศักยภาพรองรับได้ ก่อนจะรับนักท่องเที่ยว จากพื้นที่อื่นหรือจากต่างประเทศ ประชาชนในประเทศจะต้องได้รับการดูแลให้ปลอดภัยก่อน
อย่างไรก็ตามในสัปดาห์ที่ผ่านมากรุงเทพมหานคร ได้มีการหารือตระเตรียมสู่การเปิด "กรุงเทพแซนด์บ็อกซ์" กลับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ร่วมกับสมาคมผู้ประกอบการเอกชน ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ขนส่งสาธารณะ และในวันพุธที่จะถึงนี้ทางกรุงเทพมหานครจะมีการวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับทีมภูเก็ต ที่ถือเป็นต้นแบบในการนำร่องภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์
โดยวันนี้ทางโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ได้มีการรายงานผู้ติดเชื้ออย่างต่อเนื่อง หากนับตั้งแต่เปิดโครงการฯ 1 กรกฎาคม ถึง 14 กันยายน มีนักท่องเที่ยวเข้าโครงการทั้งหมด 32,005 ราย พบเชื้อ 91 คน คิดเป็น 0.28% ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ ประชาชนจะได้รับวัคซีนครบ2 เข็ม เกิน 70% ราวสัปดาห์ที่ 49 ของปีหรือเดือนพฤศจิกายน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้มีรายงานผู้ติดเชื้อผู้เสีย ชีวิต ลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นเป็นไปได้ที่จะมีการพิจารณาให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่อง ในส่วนจังหวัดชลบุรี แม้ว่าจะยังมีรายงานผู้ติดเชื้อค่อนข้างสูง แต่หากพิจารณาเป็นอำเภอเช่น ศรีราชา บ้านบึง สัตหีบ มีอัตราการติดเชื้อแตกต่างกัน ดังนั้นการพิจารณาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวนำร่อง หรือเปิดกิจการตามเศรษฐกิจของพื้นที่ หากทำได้คือการเลือกเป็นอำเภอ หรือพื้นที่ย่อยเป็นระดับตำบล
ทั้งนี้ พื้นที่ที่ได้รับการให้เป็นพื้นที่นำร่อง จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 80% โดยบางพื้นที่เป็นการท่องเที่ยว นิคมอุตสาหกรรม ตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง สามารถพิจารณาจัดสรรได้ตามความเหมาะสมตามบริบทของพื้นที่ อย่างไรก็ตามกระทรวงสาธารณะสุข จะมีการนำเสนอมาตรการต่างๆ เข้าสู่ศบค.ชุดใหญ่ ในวันจันทร์ที่ 27 ก.ย. ขอเน้นย้ำว่าทุกผู้ประกอบการจะไม่ถูกหลงลืม ไม่ว่าจะเป็นโรงภาพยนตร์ สถานบันเทิงต่างๆ แต่ขณะนี้ขอให้ค่อยๆ เปิด เป็นไปอย่างมั่นคงและปลอดภัย ใครพร้อมเปิดก่อน หากไม่พร้อมยังไม่ต้องรีบ ฝากทุกคนให้ความร่วมมือ โดยในระยะยาวจะสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างแน่นอน