ผศ.ดร.ศรีเมฆ ชาวโพงพาง ผู้เชี่ยวชาญเทคนิคอาวุโส ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ สวทช. บรรยายเรื่อง พฤกศาสตร์ความหลากหลายทางพันธุกรรม สารชีวภาพในพืชกระท่อม กล่าวว่า ตอนนี้ สวทช.กำลังศึกษาพันธุ์ต่างๆ ของพืชกระท่อม มีการออกสำรวจ เก็บลักษณะของต้น ช่วงออกดอกเป็นอย่างไร มีการเก็บ DNA เพื่อนำไปศึกษา นอกจากนี้ยังศึกษาเรื่องเก็บเมล็ดว่าจะเก็บแห้งได้นานเท่าไร และมีการศึกษาพันธุกรรมของแต่ละสายพันธุ์นำมาวิเคราะห์ หาสารสำคัญในใบกระท่อม ว่าจะสามารถนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง แต่ปัญหาที่เจอตอนนี้คือ สถานการณ์โควิด ที่ทำให้เราทำงานแล้วยาก แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้นคงได้อะไร
ผศ.นพ.วธวิทย์ วาณิชย์สุวรรณ ผอ.สถาบันวิจัยและนวัตกรรมทางการแพทย์ ม.สงขลานครินทร์ กล่าวว่า การพัฒนาโรงงานต้นแบบในการผลิตสารสกัดมาตรฐานจากสมุนไพรเพื่อใช้ในทางการแพทย์และอาหาร ที่ได้มาตรฐาน GMP โดยเราหวังว่าจะสามารถส่งขายให้กับร้านยา และพัฒนาสู่การส่งออกไปยังต่างประเทศได้ ซึ่งเราได้มีการพัฒนาร่วมกับวิสาหกิจชุมชนด้วย และหวังว่าในอนาคตจะมีโรงงานขนาดใหญ่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการเพิ่มมูลค่าให้กับพืชกระท่อมได้ โดยกระท่อมมีฤทธิ์ในการรักษาโรคได้หลายอย่าง เช่น การลดระดับน้ำตาลในเลือด ระบบทางเดินอาหาร แก้ปวด เราต้องมีต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำที่ดี เพื่อพัฒนาต่อยอดให้เราสามารถส่งออกสู่ตลาดโลกได้
รศ.ดร.เอกสิทธิ์ กุมารสิทธิ์ ภาควิชาสรีรวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ กล่าวว่า เราได้มีการทดลองพืชกระท่อมใช้ในการบำบัดคนติดยา สรรพคุณต่อระบบประสาทและสมอง ผลการทดลองที่ออกมาจะเป็นจุดเริ่มต้นในการวิจัยเพื่อนำไปสู่ข้อเท็จจริง โดยขณะนี้ มีการทดลองเรื่องการนำพืชกระท่อมไปบำบัดผู้ติดยาเสพติด และผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน ซึ่งเราเชื่อว่าพืชกระท่อมมีศักยภาพพอในการนำมาบำบัดและรักษาโรคได้ และยังสามารถนำไปพัฒนาเป็นยาเพื่อสุขภาพในการควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย
นายจุลภาค เครือโสภณ ผู้ก่อตั้งบริษัท โกลเด้น ไตรแองเกิล เฮลท์ จำกัด บรรยายเรื่อง พืชกระท่อมไทยไปอเมริกาว่า มูลค่าการตลาดพืชกระท่อมในอเมริกามีมูลค่า 10,000 ล้านบาท โดยมี 2 ประเทศที่ส่งออกไปอเมริกาคือ มาเลเซียกับอินโดนีเซีย โดยประเทศไทยเองทางอเมริกาก็ให้การรับรองว่าเป็นสายพันธุ์ที่ดี แต่เราติดเรื่องกฎหมายมานานหลายสิบปี ซึ่งส่วนใหญ่พื้นที่ปั๊มน้ำมันในอเมริกาจะเป็นพื้นที่ขายกระท่อมจำนวนมากให้กับบรรดาคนขับรถบรรทุก ซึ่งขณะนี้ความต้องการมีมากกว่าการผลิต
จากนั้นได้เปิดให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาส่งคำถามเข้ามา โดยคำถามแรกถามว่า สายพันธุ์ที่ดีที่สุดที่จะปลูกแล้วบริษัทรับซื้อให้ราคาดีและมีตัวยาในใบปริมาณมาก นายจุลภาค ตอบว่า พันธุ์ก้านแดงเป็นที่นิยมมากที่สุด เพราะมีสารไมต้าเจดีนสูง ต้นพันธุ์ที่จะนำมาปลูกควรใช้ ต้นที่มาจากการเพาะเมล็ดจะมีระบบรากแก้ว คำถามต่อมาคือ ควรเว้นระยะการปลูกเท่าไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การปลูกควรเว้นระยะห่าง 8 เมตร เพราะเป็นพืชใช้ใบ ปลูก 1 ไร่ประมาณ 25 ต้น เมื่อถามว่าจะมีใครมารับซื้อใบ นายจุลภาค กล่าวว่า จะมีบริษัทรับซื้ออยู่หลายบริษัท เพื่อทำสินค้าขายในไทย รวมถึงการส่งออก