นายสมศักดิ์ กล่าวว่า 5.การครอบครองหรือขายใบกระท่อมทำได้โดยไม่ต้องขออนุญาติ เว้นแต่ในบางกรณีและบางสถานที่ เช่น ห้ามขายให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ ห้ามขายในสถานศึกษา หอพักหรือสวนสาธารณะ และห้ามขายโดยใช้เครื่องขาย 6.ห้ามบริโภคน้ำต้มใบกระท่อมที่ผสมยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ วัตถุอันตราย เว้นแต่เพื่อการรักษาโรคหรือเพื่อการวิจัย 7. ห้ามการโฆษณาหรือเชิญชวนให้ประชาชนบริโภคพืชกระท่อมที่ผสมยาเสพติดให้โทษ 8.ให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมการนำเข้า ส่งออกและการนำใบกระท่อมไปใช้ในทางที่ผิด 9.กำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนการนำเข้าและส่งออกใบกระท่อมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือบริโภคโดยไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เดินทางมาถึงวุฒิสภาถือว่าเร็วเพราะโดยปกติกฎหมายฉบับหนึ่งจะใช้เวลาประมาณ 1 ปีครึ่ง เพราะการทำกฎหมายต้องบูรณาการกับผู้คนหลายฝ่าย โดยร่างพ.ร.บ.นี้ ตนอยากกำหนดเรื่องปริมาณการปลูก เพราะขณะนี้ใบท่อมท่อมกิโลกรัมละ 500 บาท หากผู้ปลูกเก็บได้วันละ 3 กิโลกรัมจะมีรายได้วันละ 1,500 บาท ปีหนึ่งจะได้เงิน 540,000 บาท นี่คือพืชเศรษฐกิจที่กำลังจะกลับมาเพราะเราถูกระงับการใช้มา 78 ปี และประโยชน์ที่ได้ เช่น คนล้นคุก ตอนตนมาเป็นรัฐมนตรีใหม่มีผู้ต้องขัง 380,000 คน ตนดำเนินการในหลายๆอย่างจนลดไป 100,000 คนเหลือ 280,000 คน คดีกระท่อมก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้น้อยลง ส่วนเรื่องการส่งออกและนำเข้า การควบคุมและขอใบอนุญาตไม่ให้เอื้อประโยชน์ให้ใคร วันนี้อย่างพึ่งนึกถึงการส่งออกนำเข้ามากมาย เพราะกว่าจะส่งออกได้อีก 4 ปีข้างหน้าเพราะเรายังไม่ได้ปลูกเลย ที่มีอยู่จะใช้เคี้ยวกันในประเทศก็ไม่พอแล้ว ซึ่งการนำเข้าจะกระทบการปลูกในประเทศ ซึ่งอะไรที่เป็นประโยชน์เราสามารถรับฟังได้