ส่วนบรรยากาศที่โรงงานรับตีหรือผลิตลูกชิ้นให้กับพ่อค้าแม่ค้าที่ขายลูกชิ้นยืนกิน ก็พลอยได้รับอานิสงส์จากกระแสลิซ่าไปด้วยเช่นกัน เพราะช่วงนี้ก็มีออเดอร์สั่งตีลูกชิ้นวันละมากกว่า 1,000 กิโลกรัม จากช่วงสถานการณ์โควิดมียอดตีลูกชิ้นเพียงวันละ 40 – 50 กิโลกรัมเท่านั้น โดยเฉพาะโรงงานตีลูกชิ้นของ น.ส.ธัญญารัตน์ ชินณารัตน์ ที่เปิดรับตีลูกชิ้นสืบทอดต่อจากปู่มาจนถึงปัจจุบันกว่า 60 ปีแล้ว ก็บอกว่า จากกระแสของลิซ่า ก็มียอดสั่งตีลูกชิ้นจากบรรดาพ่อค้าแม่ค้ามากถึงวันละ 2,000 กิโลกรัม จนผลิตไม่ทันต่อความต้องการเพราะกำลังเครื่องและแรงงานคนสามารถทำได้เต็มที่วันละ 1,600 กิโลกรัม
ส่วนที่เหลือก็ต้องแคนเซิลเพราะทำไม่ไหว แต่ก็ดีใจและขอบคุณลิซ่า ที่ทำให้มียอดออเดอร์เพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาช่วงเทศกาลปีใหม่หรือสงกรานต์เต็มที่ก็มียอดสั่งตีประมาณ 1,000 กิโลกรัมก็ถือว่าเยอมากแล้ว แต่นี้ไม่ใช่เทศกาลกลับมียอดสั่งตีมากถึง 2,000 กิโลกรัม คือพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือจากกระแสเพียงข้ามคืนเท่านั้น ก็ขอบคุณลิซ่า ที่ทำให้เศรษฐกิจบุรีรัมย์ดีขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่ร้านขายลูกชิ้นยืนกินและโรงงานผลิตเท่านั้น แม้กระทั่งร้านจำหน่ายขวดพลาสติกที่บรรจุน้ำจิ้ม วัตถุดิบที่ทำน้ำจิ้ม พริก มะขาม หรือแตงกวา กระหล่ำที่กินกับลูกชิ้นก็มียอดขายเพิ่มขึ้นเช่นกัน ก็ภาวนาขอให้กระแสลิซ่าฟีเวอร์แบบนี้ไปเรื่อยๆ เพราะพิษโควิดทำเศรษฐกิจซบเซษมานานนับปีแล้ว
โดย - สุรชัย พิรักษา