โฆษกรัฐบาล ฟุ้ง เศรษฐกิจขยายตัวร้อยละ 7.5 สูงกว่าบางประเทศในเอเชีย ไตรมาสแรกมีการลงทุนแล้วกว่า 4 พันล้านเหรียญ ระบุ การว่างงานลดลง ขอ ฝ่ายค้าน อย่าสร้างความสับสนทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจเสียหาย

18 กันยายน 2564 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจมาถูกทางแล้ว โดยในครึ่งปีแรกขยายตัวร้อยละ 2.0 และไตรมาสที่ 2 มีการขยายตัวถึงร้อยละ 7.5 ซึ่งสูงกว่าประเทศอื่นในเอเชีย เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย และเกาหลีใต้

 

โดยมูลค่าการลงทุนของไทยยังขยายตัวสูงขึ้น ช่วงไตรมาสแรก ปี 2564 มีมูลค่า 4,012.23 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวสูงถึงร้อยละ 43.8 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนให้เห็นถึงเม็ดเงินลงทุนที่ไหลกลับเข้ามาในประเทศไทย สัญญาณการจ้างงานเริ่มดีขึ้น อัตราการว่างงานล่าสุดปรับตัวลดลงเหลือร้อยละ 1.9 ของกำลังแรงงาน เทียบกับอัตราการว่างงานที่เคยสูงสุดที่ร้อยละ 2.1 เมื่อปีก่อน คาดว่ารายได้ต่อหัวของประชาชนจะอยู่ที่ 232,024.0 บาทต่อคนต่อปี ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่ อยู่ที่ 225,845.7 บาทต่อคนต่อปี จะเห็นว่ารายได้ของประชาชนมีแนวโน้มจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ส่วนหนึ่งมาจากบทบาทของภาครัฐที่เดินมาถูกทางแล้ว รวมทั้งมาตรการเยียวยา มาตรการฟื้นฟูและกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ จากข้อริเริ่มวิสัยทัศน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม อาทิ เช่น โครงการเยียวยาผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการคนละครึ่ง โครงการเราชนะ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มาตรการบรรเทาภาระค่าสาธารณูปโภค มาตรการบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา มาตรการเยียวยานายจ้างและผู้ประกันตน ม.33 ม.39 และ ม.40

 

รวมถึงมาตรการด้านการเงินผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เพื่อเสริมสภาพคล่องให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs และประชาชน อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft loan) จาก ธ.ออมสิน และ ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ที่ส่งต่อไปยังสถาบันการเงินต่าง ๆ เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ บรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องสภาพคล่อง มาตรการพักชำระหนี้ ทั้งในส่วนของธนาคารของรัฐ และธนาคารพาณิชย์เอกชน

ตลอดจน ภาครัฐได้มีการเร่งควบคุมการแพร่ระบาดและมีการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 เพิ่มขึ้นตามลำดับ รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติบางส่วน เช่น ในพื้นที่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ สมุยพลัสโมเดล และพื้นที่นำร่องอื่น ๆ จากปัจจัยต่าง ๆ คาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยในปี 2564 สามารถขยายตัวเป็นบวกได้ และคาดว่าจะขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องในปี 2565

 

จึงอยากวิงวอนนักการเมืองพรรคฝ่ายค้านที่พยายามวิเคราะห์เศรษฐกิจ อย่าหลงประเด็น สร้างความสับสนว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้มีความย่ำแย่ จนทำให้บรรยากาศเศรษฐกิจประเทศเสียหาย ในขณะที่นายกรัฐมนตรีกำลังเดินหน้าพลิกโฉมประเทศ ให้ประเทศและประชาชนมีความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน