มีความเคลื่อนไหวจากกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่ย่านดินแดง ประชาสงเคราะห์ และห้วยขวาง ที่รวมตัวออกมาเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ปัญหาการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมกับตำรวจ ซึ่งพวกเขาได้รับความเดือดร้อนมานานนับเดือนแล้ว แต่ไม่สามารถหาทางออกได้

นายอดิศร โพธิ์อ่าน ในฐานะตัวแทนประชาชนย่านดินแดง-ห้วยขวาง เปิดเผยว่า สำหรับประชาชนย่านดินแดงที่เดือดร้อนจากการปะทะกัน ระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน แบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆต่างสถานที่อาศัย ที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดคือชาวบ้านที่อาศัยอยู่ภายในแฟลตดินแดง 1 และแฟลต 2 ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับบริเวณแยกดินแดงที่มีการปะทะกันมากที่สุด 

 

ขณะที่ชาวบ้านอีกส่วน ก็คือชาวบ้านบริเวณถนนประชาสงเคราะห์ ซึ่งเป็นจุดที่กลุ่มผู้ชุมนุมมักจะหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจไปทางเส้นทางนั้น และอีกกลุ่มนึงคือบริเวณชุมชนวัดตะพานซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ใกล้กับสถานที่ปะทะกัน นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงอีกหลายจุดที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 

สำหรับความเดือดร้อนของชาวบ้านย่านดินแดง สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลักๆ คือ เสียงดังที่มาจากกลุ่มผู้ชุมนุมใช้ระหว่างชุมนุม และมีการขว้างปาข้าวของหลุดรอดเข้าไปใกล้กับที่พักอาศัย ทำให้ความเดือดร้อนไปถึง 

 

ส่วนเรื่องที่สอง คือ ทรัพย์สินของชาวบ้านได้รับความเสียหายจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งจากประทัดที่มีการขว้างปา กระสุนยาง และแก๊สน้ำตาของเจ้าหน้าที่ และเรื่องสุดท้ายที่ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนถึงขั้นได้รับผลกระทบถึงร่างกาย ก็คือ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ถูกชายฉกรรจ์ไม่ทราบฝ่ายรุมทำร้าย ซึ่งกรณีนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านในพื้นที่อย่างมาก 

 

จากการพูดคุยกับชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่โทษกลุ่มผู้ชุมนุมหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการปะทะกัน เพราะเข้าใจว่าเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมือง แต่ชาวบ้านก็อยากให้ลดความรุนแรงและผลกระทบที่อาจจะเกิดกับคนในพื้นที่

"แต่พอมามีการยิงปะทัด ยิงแก๊สน้ำตา ผมรู้สึกว่ามันไม่ไหวเพราะชาวบ้านดึกๆดื่นๆจะต้องหลับนอน เราจึงอยากบอกทุกๆฝ่ายว่าควรมาร่วมกันชุมนุมแบบ สันติวิธีไม่ละเมิดสิทธิของใคร เราไม่อยากให้มาใช้ความรุนแรงที่นี่ก็เข้าใจเราด้วย เปรียบเสมือนเราเป็นเจ้าของบ้านพอแขกมา ก็ต้องดูแลฉะนั้นแขกก็ต้องเกรงใจ อย่ามาเสียมารยาทกับเราอย่ามาสร้างความเดือดร้อนให้กับคนดินแดงห้วยขวาง จริงๆแล้วเขาก็เข้าใจทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างทำหน้าที่ แต่ว่าสิ่งที่สำคัญคือเขาเดือดร้อน สมมุติว่าเขาไม่ชอบรัฐบาลเหมือนกันแล้วม็อบไปอยู่หน้าบ้านน้องน้องจะรู้สึกอย่างไร เหมือนกันกับพวกที่มาสร้างความรุนแรงให้ชาวดินแดงห้วยขวาง ถ้าไปสร้างความรุนแรงให้กลับบ้านเขาเขาจะรู้สึกอย่างไร แค่เอาใจเขามาใส่ใจเรา"

"ชาวบ้าน รับทำใจเหตุม็อบปะทะตำรวจ"

 

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณตลาดประชาสงเคราะห์ โดยเล่าถึงความเดือดร้อนที่ได้รับว่า ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา ตนเองเข้าใจทั้งฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วงแรกๆอาจจะรู้สึกตกใจ แต่ปัจจุบันเริ่มชินชากับเสียงประทัดแล้ว 

 

แต่ควันจากแก๊สน้ำตานั้น ยังได้รับผลกระทบตลอด เพราะทำให้แสบตา แสบผิวรวมถึงผลกระทบมากที่สุด คือ ตนขายของอยู่ที่บริเวณตลาดประชาสงเคราะห์ ในช่วงก่อนเคอร์ฟิว จะเป็นช่วงเก็บร้าน ลูกสาวของตนจะต้องเดินเข้าบ้าน ในบางครั้งก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกตรวจสอบ เกรงว่าจะได้รับอันตราย หรือบางครั้งก็มีการไล่จับกุมกลุ่มผู้ชุมนุม ก็เกิดความกลัวว่า จะได้รับอันตรายเช่นเดียวกัน ส่วนการปรับตัวสำหรับการชุมนุมที่เกิดขึ้น คงต้องทำใจ เพราะทำอะไรไม่ได้ นอกจากทำตัวให้ชินและใช้ชีวิตต่อไป

 

"เดือดร้อนแต่เราทำใจไปแล้วแล้วมันชินต้องอยู่ให้ได้ คือเราจะไปบอกเด็กว่าเฮ้ยน้องอยากจุดประทัดเลยมันก็ไม่ใช่ พี่อย่ายิงแก๊สน้ำตาเลยเขาก็ไม่เชื่อเราอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่กับมันไปเพราะมันชินจนกว่าคนกลางเขาจะมาตัดสินใจว่าจะทำยังไงกับเรื่องนี้ แต่ถามว่าอยู่ดินแดงลำบากไหมลำบากเพราะขายของตอนเย็นไม่มีคนเดิน"