ช่วงที่นายแลงอยู่ในป่ากับพ่อ สองพ่อลูกกินอาหารที่เป็นผลไม้ ขุดมันจากในป่า และข้าวโพดที่ปลูกไว้ ใส่เสื้อผ้าที่ทำจากเปลือกไม้ และอาศัยในกระท่อมที่สร้างอยู่สูงจากพื้นดินราว 5 เมตร
ช่วงที่ผู้คนจากภายนอกเข้าไปพบ นายธานห์ พูดภาษาชนกลุ่มน้อยได้นิดหน่อย ส่วนนายแลงพูดได้ไม่กี่คำ ทั้งสองได้รับการตรวจร่างกายก่อนจะมาใช้ชีวิตภายนอก เมื่อปี 2556
ทั้งนี้ปี 2559 นายแลง เคยกลับเข้าไปยังบ้านในป่า พร้อมนายเซเรโซ ผู้ทำงานให้องค์กร Docastaway ที่ช่วยเหลือคนต้องการหนีจากความเจริญไปใช้ชีวิตลำพังบนเกาะแห่งหนึ่ง ตอนนั้นนายเซเรโซพานายแลงไปอยู่กระท่อมเดิมกลางป่าหนึ่งสัปดาห์
“เขาตื่นเต้นมากที่พาผมไปยังบ้านที่เขาเคยอยู่ เราสนิทกันเร็วมาก เพราะแลงไม่คิดว่าจะมีใครสนใจทักษะที่เขาเอาตัวรอดในป่า เขามีความสุขมากที่ได้แสดงให้ผมดู”
"เขาเป็นคนที่น่าทึ่งและน่ารักมาก ตอนเราอยู่ในป่าด้วยกัน สิ่งที่ผมใช้เวลานานหลายชั่วโมงกว่าจะทำสำเร็จ เขาสามารถทำได้ภายในไม่กี่วินาที เขาเหมือนเด็กที่มีทักษะเป็นยอดมนุษย์" นายเซเรโซ กล่าว
ทริปครั้งนั้นทำให้นายเซเรโซเก็บภาพบันทึกที่นายแลงสะเทือนใจที่ต้องจากป่าที่เคยอยู่ และมองว่า วิถีชีวิตใหม่กับวิถีชีวิตเดิมของนายแลงแตกต่างมากเกินไป และเป็นผลเสียกับสุขภาพของเขา
ขอบคุณข้อมูลจาก เดลีเมย์รายงาน