โคแวกซ์ ลดแจกวัคซีนลง 25% หรือราว 1.4 พันล้านโดส จากที่ตั้งเป้า 1.9 พันล้าน ระบุ เพิ่งแจกไปเพียง 245 ล้านโดส จากที่ตั้งเป้า 785 ล้านโดส เหตุ อินเดียห้ามส่งออก แอสตร้าฯ จอห์นสันฯ และการอนุมัติโนวาแวกซ์ล่าช้า ม.ออกซ์ฟอร์ด เผย ประเทศยากจนได้รับวัคซีนแค่ 0.4 %

14 กันยายน 2564 สำนักข่าว US News ของสหรัฐอเมริการายงานวานนี้(13 ก.ย.) ว่า โครงการโคแวกซ์ได้มีการปรับลดปริมาณวัคซีนที่จะสามารถแจกจ่ายให้กับประเทศต่างๆที่กำลังรอว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์การสหประชาชาติได้พยากรณ์ไว้ว่าในปีนี้ การแจกจ่ายวัคซีนผ่านโครงการโคแวกซ์จะลดลงจากปริมาณจากที่คาดการณ์ไว้ราว 25 เปอร์เซ็นต์ หรือคิดเป็นจำนวนที่แจกจ่ายราว 1.4 พันล้านโดส จากที่ตั้งเป้าไว้ก่อนหน้านี้ประมาณ 1.9 พันล้านโดส โดยสำนักข่าวนิวยอร์กไทม์ ได้รายงานข้อมูลอ้างอิงจากผู้เชี่ยวชาญหลายคนว่า ตัวเลขดังกล่าวนั้นถือว่าน้อยมาก ถ้าหากเปรียบเทียบกับปริมาณโดสวัคซีนที่ควรจะต้องแจกจ่ายเป็นจำนวนทั้งสิ้น 1.1 หมื่นล้านโดส เพื่อชะลอการระบาดของไวรัสโควิด-19

 

ข้อมูลตามกำหนดการ ณ เวลานี้ โคแวกซ์ ได้ระบุเอาไว้ว่า จะบริจาควัคซีนเป็นจำนวนทั้งสิ้น 785 ล้านโดส แต่ปรากฎว่าสามารถบริจาควัคซีนไปได้แค่ 245 ล้านโดส ซึ่งส่วนมากแล้ววัคซีนนั้นจะถูกบริจาคไปให้กับประเทศที่ยากจน ขณะที่ประเทศอื่นๆซึ่งเข้าร่วมโครงการ อาทิ ประเทศแคนาดาต้องจ่ายเงินสำหรับวัคซีนของตัวเอง  

นิตยสารไทม์ ก็ได้รายงาน ปัญหาความถดถอยของ โครงการโคแวกซ์ เกิดจากความไม่แน่นอนว่าเมื่อไรที่โรงงานผลิตวัคซีนในพื้นที่สำคัญที่ประเทศอินเดีย จะสามารถกลับมาเดินหน้าส่งออกวัคซีนได้อีกครั้งหนึ่ง ผนวกกับปัญหาในเรื่องของสายการผลิตของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าและจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และปัญหาเรื่องความล่าช้าในการอนุมัติวัคซีนโนวาแวกซ์

 

โคแวกซ์กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อแก้ไขและลดความเสี่ยงเหล่านี้” โครงการโคแวกซ์ ระบุ

 

นิตยสารไทม์ รายงานด้วยว่า ความพยายามดังกล่าวนั้น รวมไปถึงการเจรจากับรัฐบาลอินเดีย ซึ่งหยุดการส่งออกวัคซีนตั้งแต่เมื่อช่วง มี.ค.ที่ผ่านมา และการส่งคำแจ้งเตือนไปยังเหล่าบรรดาผู้ผลิตวัคซีนแต่ละบริษัทว่า ไม่ควรที่จะไปมุ่งเน้นที่การส่งออกวัคซีนไปยังประเทศใดประเทศหนึ่ง มากกว่าจะส่งมาให้กับโครงการโคแวกซ์

 

ขณะที่องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ออกมาเตือนว่าให้แต่ละประเทศชะลอการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้กับบรรดากลุ่มผู้ที่สุขภาพดีออกไปก่อนจนถึงช่วงต้นปีหน้า

 

อนึ่งมีรายงานจากมหาวิทยาออกซ์ฟอร์ดในโครงการ World in Data ระบุว่า ณ เวลานี้มีตัวเลขประมาณการณ์ว่ามีการจัดสรรวัคซีนไปให้กับประเทศยากจนหรือมีรายได้ต่ำแค่ 0.4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่ประเทศร่ำรวยและประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปทางสูงมีสัดส่วนการรับวัคซีนอยู่ที่ 81 เปอร์เซ็นต์