นิตยสารไทม์ ก็ได้รายงาน ปัญหาความถดถอยของ โครงการโคแวกซ์ เกิดจากความไม่แน่นอนว่าเมื่อไรที่โรงงานผลิตวัคซีนในพื้นที่สำคัญที่ประเทศอินเดีย จะสามารถกลับมาเดินหน้าส่งออกวัคซีนได้อีกครั้งหนึ่ง ผนวกกับปัญหาในเรื่องของสายการผลิตของวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าและจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน และปัญหาเรื่องความล่าช้าในการอนุมัติวัคซีนโนวาแวกซ์
“โคแวกซ์กำลังพยายามอย่างหนักเพื่อแก้ไขและลดความเสี่ยงเหล่านี้” โครงการโคแวกซ์ ระบุ
นิตยสารไทม์ รายงานด้วยว่า ความพยายามดังกล่าวนั้น รวมไปถึงการเจรจากับรัฐบาลอินเดีย ซึ่งหยุดการส่งออกวัคซีนตั้งแต่เมื่อช่วง มี.ค.ที่ผ่านมา และการส่งคำแจ้งเตือนไปยังเหล่าบรรดาผู้ผลิตวัคซีนแต่ละบริษัทว่า ไม่ควรที่จะไปมุ่งเน้นที่การส่งออกวัคซีนไปยังประเทศใดประเทศหนึ่ง มากกว่าจะส่งมาให้กับโครงการโคแวกซ์
ขณะที่องค์การอนามัยโลกหรือ WHO ได้ออกมาเตือนว่าให้แต่ละประเทศชะลอการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ให้กับบรรดากลุ่มผู้ที่สุขภาพดีออกไปก่อนจนถึงช่วงต้นปีหน้า
อนึ่งมีรายงานจากมหาวิทยาออกซ์ฟอร์ดในโครงการ World in Data ระบุว่า ณ เวลานี้มีตัวเลขประมาณการณ์ว่ามีการจัดสรรวัคซีนไปให้กับประเทศยากจนหรือมีรายได้ต่ำแค่ 0.4 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่ประเทศร่ำรวยและประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปทางสูงมีสัดส่วนการรับวัคซีนอยู่ที่ 81 เปอร์เซ็นต์