ช่วงโควิด หน่วยงานราชการจัดซื้ออุปกรณ์ ยาที่จำเป็นเพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน แต่หลายแห่งกลับใช้สถานการณ์นี้แสวงหาประโยชน์ที่ไม่สมควร ล่าสุดพบชุดห่วงใยอบต.สระแก้ว 350 เช็คราคาแล้ว 150 บาท ส่วนต่าง 4 หมื่น

13 กันยายน 2564 เพจปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน นำเสนอ "ชุดห่วงใย 350 เช็คราคาแล้ว 150 บาท" โดยระบุรายละเอียด ว่า

 

"ช่วงสถานการณ์โควิด 19 หน่วยงานราชการได้จัดซื้ออุปกรณ์ทางแพทย์ และยาต่าง ๆ ที่จำเป็น เพื่อแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน แต่หลายแห่งกลับใช้สถานการณ์ดังกล่าวเพื่อแสวงหาประโยชน์ที่ไม่สมควร อย่างที่ อบต.สระแก้ว จ.เพชรบูรณ์ จัดซื้อชุดห่วงใย 200 ชุด วงเงิน 70,000 บาท เฉลี่ยตกชุดละ 350 บาท

 

ตามรายการแต่ละชุดประกอบด้วยหน้ากาก 10 ชิ้น เจลแอลกฮอล์ ฟ้าทะลายโจร พาราเซตามอล ยาละลายเสมหะ ยาอมมะแว้ง และยาแก้ไอ แต่เมื่อนำมาเช็คกับราคาท้องตลาดทั้งชุดราคาไม่เกิน 150 บาท พบส่วนต่างเบา ๆ ถึง 40,000 บาท 


โผล่อีกชุดห่วงใยอบต.สระแก้ว 350 เช็คราคาจริง 150

งานนี้เมื่อกรรมการท้วงติงขอทำหนังสือแย้งก่อนเซ็นรับ มีการโทรข่มขู่อ้างนายอำเภอสั่ง และอ้างถึงการเลื่อนขั้นเงินเดือนอีกด้วย

 

ชาวบ้านรอหน่อยนะ...ถุงห่วงใยกำลังเดินทาง

 

สนับสนุนการเผยแพร่เบาะแสโดยกองทุน ป.ป.ช"

นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงเมื่อ 16 ต.ค.2563 กรณีกล่าวหา นายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน กับพวก ร่วมกันทุจริตจัดซื้อชุดของใช้ประจำวัน หรือแคร์เซ็ต วงเงิน 16,343,000 บาท ในโครงการป้องกันผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า (โควิด-19) 

 

โดยเมื่อวันที่ 31 มี.ค. 2563 ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดลำพูน มีผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเป็นประธาน เห็นชอบให้อบจ.ลำพูน จัดซื้อชุดแคร์เซ็ต เพื่อสนับสนุนแก่กลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูงต่อการติดโควิด 27,700 คน เป็นผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป จัดซื้ออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและการทำความสะอาดร่างกาย 13 รายการ ใช้งบประมาณ อบจ.ลำพูน 17,174,000 บาท โดยไม่มีการสืบหาราคา และไม่มีการพิจารณาของสภา อบจ. แต่ในการขออนุมัติโครงการดังกล่าวได้มีการผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

 

นายนิรันดร์ และผู้บริหาร อบจ.ลำพูน ต้องการให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.พี. กรุ๊ป เทรดดิ้ง เป็นคู่สัญญา เอื้อประโยชน์ให้แก่ห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ทั้งในขั้นตอนการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลาง ซึ่งนายเทวินทร์ วิธี ได้ส่งเอกสารใบเสนอราคาของห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.พี. กรุ๊ป และร้านในกลุ่มเดียวกัน นำมาใช้ในการกำหนดคุณลักษณะเฉพาะและราคากลางชุดแคร์เซ็ต ในราคาชุดละ 590 บาท โดยไม่ได้มีการสืบราคาในท้องตลาดจริง

 

สำหรับราคาชุดแคร์เซ็ต 13 รายการนั้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่าราคาต้นทุนของห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.พี. กรุ๊ป เทรดดิ้ง ชุดละประมาณ 234.24 บาท และจากการสืบราคาจากห้าง/ร้าน ที่จำหน่ายสินค้าในจังหวัดลำพูน 25 ร้านค้า พบราคาเฉลี่ยเพียงชุดละ 315.45 บาท ดังนั้น การจัดซื้อของ อบจ.ลำพูน จึงราคาสูงกว่าในท้องตลาดและทำให้ อบจ.ลำพูนได้รับความเสียหาย 7.6 ล้านบาท

 

คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่า การกระทำของนายนิรันดร์ ด่านไพบูลย์, นายกำธร  เนตรผาบ,  นายมนู ศรีประสาท,  นายเสริมชัย  ลี้เขียววงศ์, นางสุดสงวน  จักร์คำ และนายดรุณพัฒน์  อินดี มีมูลความผิดฐานเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, มาตรา 157 และเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 10, มาตรา 12 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172  นอกจากนี้การกระทำของนายนิรันดร์, นายกำธร และนายมนู ยังมีมูลความผิดฐานมีพฤติการณ์การกระทำการฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อยหรือสวัสดิภาพของประชาชน หรือละเลย ไม่ปฏิบัติตามหรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่ตาม พ.ร.บ.องค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. 2540 มาตรา 77  และการกระทำของนายเสริมชัย, นางสุดสงวน และนายดรุณพัฒน์ มีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย พ.ศ. 2558 ข้อ 7, 10 อีกด้วย

 

สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.พี. กรุ๊ป, น.ส.ณัฐวรรณ  รัตนคำนวณ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด พี.พี. กรุ๊ป, นายเทวินทร์  วิธี, ห้างหุ้นส่วนจำกัด เพิ่มพูนโชค, นายนิกร  ญาณโรจน์ หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด เพิ่มพูนโชค, และนางรุ่งทิพ  ทุนอินทร์ เจ้าของร้านรุ่งทิพ เอ็นเตอร์ไพร์ท มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐในความผิดดังกล่าวข้างต้น และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 4 โดยให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนพิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ ให้แจ้งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน ดำเนินการหาผู้รับผิดทางละเมิดต่อไป