การศึกษาของฟิลิปปินส์กำลังเกิดวิกฤตอย่างหนัก หลัง โควิด-19 ทำให้ต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ แต่นั่นกลับทำให้ต้องเจอกับปัญหาหลายด้าน ทั้งการขาดแคลนอุปกรณ์ รวมถึงอัตราเรียนรู้ของเด็กที่ถดถอย

โรงเรียนในฟิลิปปินส์ยังคงหงอยเหงา หลังคำสั่งของประธานาธิบดี โรดริโก้ ดูเตอเต้ ย้ำชัดไม่ให้เปิดการเรียนการสอน ทำให้เด็กนักเรียนหลายล้านคนต้องทำการเรียนออนไลน์ต่อกันเป็นปีที่สอง จนส่งผลให้เกิดความกังวลต่ออนาคตของเด็กรุ่นนี้ที่อาจกลายเป็นวิกฤตทางการศึกษา


ในขณะที่ประเทศมากมายเริ่มเปิดการเรียนการสอนบางส่วนหรือเปิดการเรียนการสอนตัวต่อตัว ฟิลิปปินส์สั่งปิดทำการเรียนการสอนแบบไม่มีกำหนดนับแต่เริ่มการระบาดของโควิด-19เป็นต้นมา รวมถึงปัดตกโครงการนำร่องการเปิดเรียนทั้งหมด ด้วยกลัวว่าจะเกิดการแพร่ระบาดในเด็กนำไปสู่การติดเชื้อของคนในครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ


มีเสียงสะท้อนจากเด็กจำนวนมากเริ่มมีปัญหาบกพร่องในการเรียนออนไลน์โดยเฉพาะเด็กเล็ก เด็กหญิงวัยเจ็ดขวบบอกว่าเธออยากไปโรงเรียนมากกว่า ภายหลังการเรียนออนไลน์เป็นระยะเวลาหนึ่งปีไม่ได้ผลนักจนเธอยังอ่านหนังสือไม่ออก


เลวร้ายกว่าคือเด็กเข้าเรียนปีแรกนอกจากไม่เข้าใจอะไรเลยในบทเรียน เจ้าตัวยังไม่เคยแม้แต่เห็นห้องเรียนด้วยซ้ำ อีกทั้งยังไม่ได้รับอนุญาตให้วิ่งเล่นหรือออกไปนอกบ้านเพิ่มความเครียดให้กับเด็กยิ่งขึ้นไปอีก


โครงการ “การเรียนรู้แบบบูรณาการ” ที่จัดการเรียนการสอนแบบออนไลน์ของฟิลิปปินส์เริ่มต้นขึ้นเดือนตุลาคมปี 2020 แต่นั่นตามมาด้วยปัญหามากมายเมื่อนักเรียนในฟิลิปปินส์ส่วนมากไม่มีโทรทัศน์หรือสมาร์ทโฟนไว้ใช้งาน องค์กรยูนิเซฟเปิดเผยว่าสิ่งเหล่านี้สร้างความกังวลให้พ่อแม่กว่า 80% ของประเทศ
 

นั่นทำให้ผู้ปกครองจำนวนมากให้การสนับสนุนเปิดชั้นเรียนในโรงเรียนพื้นที่การระบาดต่ำ เพราะการเรียนรู้ทางไกลไม่สามารถทดแทนการเรียนภายในชั้นได้ อีกทั้งปัญหาการเรียนรู้ของเด็กในฟิลิปปินส์ก็มีข้อจำกัดและปัญหามากพอ การระบาดจะยิ่งซ้ำเติมปัญหาให้เลวร้ายลงไปอีก โดยเฉพาะในการปิดการเรียนการสอนของเด็กเล็ก


ความกังวลในส่วนนี้มาจากการเรียนรู้ของเด็กเล็กเป็นพื้นฐานด้านการศึกษา เมื่อความรู้ในส่วนนี้ขาดหายไม่มีความมั่นคงเพียงพอ จะทำให้การเรียนรู้ในระดับต่อไปไม่ว่าจะชั้นประถมไปจนอุดมศึกษากลายเป็นเรื่องยาก สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลให้พัฒนาการของเด็กมีปัญหาลุกลามไปถึงการพัฒนาของประเทศ


ข้อมูลจากองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ(OECD)ระบุว่า เด็กฟิลิปปินส์อายุ 15 ปี มีความสามารถในการอ่าน, คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์อยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก โดยมีปัญหามาจากชั้นเรียนที่มีขนาดใหญ่ หลักสูตรการเรียนการสอนล้าสมัย อีกทั้งเม็ดเงินในภาคการศึกษาตกต่ำจนลดคุณภาพการเรียนรู้ แต่สิ่งเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในการตราหน้าเด็กรุ่นใหม่ว่าขาดความสามารถ
 

เลวร้ายกว่านั้นคือยอดผู้เข้ารับการศึกษาลดลงเหลือ 26.9 ล้านคนในเดือนกันยายน 2020 และลดลงไปอีกร่วมห้าล้านคนในปีที่ผ่านมา กลายเป็นความกังวลว่าบรรดานักเรียนเหล่านี้จะหลุดออกไปจากระบบการศึกษา

 

การเรียนออนไลน์ยังคงเป็นปัญหาส่งผลทั้งต่อสุขภาพจิตและพัฒนาการในเด็ก เมื่อการเข้าสังคมลดลงปัญหาที่ตามมาคืออัตราการเรียนรู้ถดถอย แต่ส่วนที่เห็นชัดที่สุดคงเป็นความสามารถด้านการอ่าน ภายหลังการเรียนออนไลน์เป็นระยะเวลานานทำให้สมาธิของเด็กเริ่มลดลง หันไปคุ้นชินให้ความสนใจกับโลกออนไลน์และมือถือมากกว่า

 

นี่เป็นปัญหาใหญ่ที่ยังไม่ใกล้เคียงกับคำว่าทางออก เมื่อภาครัฐต้องการความแน่ใจในการไม่แพร่ระบาดเป็นวงกว้าง แต่อัตราการฉีดวัคซีนเข็มแรกในฟิลิปปินส์มีเพียง 20% ยังห่างไกลจากแผนการจัดสรรวัคซีนให้แก่เด็ก นั่นยิ่งทำให้โอกาสในการเปิดภาคเรียนในเร็ววันแทบเป็นไปไม่ได้