ศบค. เผย แนวโน้มสถานการณ์ลดลง ทั้งยอดผู้ติดเชื้อและอัตราการเสียชีวิต พบผู้ติดเชื้อใหม่ 12,583 ราย รักษาหายป่วย 16,304 ราย กำลังรักษาอยู่ 132,113 ราย เสียชีวิต 132 ราย

ศบค.เผย แนวโน้มสถานการณ์ลดลง ทั้งยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต

13 กันยายน 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ ว่า พบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 12,583 ราย โดยแบ่งเป็นผู้ติดเชื้อใหม่ 12,420 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 163 ราย สะสม 1,394,756 ราย รักษาหายป่วยเพิ่ม 16,304 ราย สะสม 1,216,112 ราย กำลังรักษาอยู่ 132,113 ราย แบ่งเป็นรักษาในโรงพยาบาล 38,046 ราย และโรงพยาบาลสนาม 94,067 ราย เป็นผู้ป่วยอาการหนัก 4,096 ราย ใส่เครื่องช่วยหายใจ 835 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 132 ราย รวมเสียชีวิต 14,485 คน

ศบค.เผย แนวโน้มสถานการณ์ลดลง ทั้งยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต

ผู้ติดเชื้อรายใหม่แบ่งเป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 12,583 ราย เป็นผู้ติดเชื้อจากระบบเฝ้าระวังและระบบบริการ 11,232 ราย จากการค้นหาเชิงรุกในชุมชน 1,177 ราย จากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 163 ราย และผู้เดินทางมาจากต่างประเทศเข้า State Quarantine 11 ราย

 

สำหรับผู้เสียชีวิต 132 ราย ชาย 63 ราย หญิง 69 ราย เป็นชาวไทย 129 ราย เมียนมา 2 ราย ญี่ปุ่น 1 ราย อายุค่ากลาง 70 ปี อายุน้อยสุด 21 ปี อายุมากสุด 94 ปี แบ่งเป็น กทม. 23 ราย สมุทรปราการ 19 ราย นครปฐม สมุทรสาคร จังหวัดละ 12 ราย นนทบุรี สุรินทร์ พระนครศรีอยุธยา จังหวัดละ 6 ราย กำแพงเพชร 4 ราย ปทุมธานี ตาก นครศรีธรรมราช ฉะเชิงเทรา จันทบุรี จังหวัดละ 3 ราย สกลนคร บุรีรัมย์ อุบลราชธานี เชียงราย พิษณุโลก ระนอง นราธิวาส สงขลา จังหวัดละ 2 ราย ศรีสะเกษ นครสวรรค์ ยะลา ราชบุรี นครนายก สุพรรณบุรี สมุทรสงคราม ชลบุรี ตราด ลพบุรี สิงห์บุรี จังหวัดละ 1 ราย โรคประจำตัวยังเป็นปัจจัยเสี่ยงความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง พบผู้ป่วยอายุ 60 ปีขึ้นไป 100 ราย อายุน้อยกว่า 60 ปี มีโรคเรื้อรัง 26 ราย ไม่มีประวัติโรคเรื้อรัง 5 ราย ตั้งครรภ์ 1 ราย จ.กำแพงเพชร ตรวจพบเชื้อหลังเสียชีวิต เสียชีวิตที่บ้าน 1 ราย จ.ตาก (ชาวเมียนมา ตรวจพบเชื้อหลังเสียชีวิต) ปัจจัยเสี่ยงในการติดเชื้อจากคนรู้จัก คนในครอบครัว

พบผู้ลักลอบเข้าผ่านทางช่องทางธรรมชาติ มาเลเซีย 2 ราย

 

10 อันดับ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศ วันที่ 13 ก.ย. 2564 คือ 1. กรุงเทพมหานคร 3,329 ราย 2. ชลบุรี 650 ราย 3. ระยอง 647 ราย 4. นนทบุรี 468 ราย 5. สมุทรปราการ 443 ราย 6. สมุทรสาคร 402 ราย 7. นราธิวาส 401 ราย 8. ยะลา 366 ราย 9. สงขลา 301 ราย 10. ราชบุรี 299 ราย

ศบค.เผย แนวโน้มสถานการณ์ลดลง ทั้งยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต

สำหรับผู้ป่วยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 3,329 ราย ขณะป่วยอยู่ใน กทม. 2,875 ราย ขณะป่วยอยู่ต่างจังหวัดเข้ารักษาโรงพยาบาลใน กทม. 454 ราย มี 10 อันดับเขต ที่พบผู้ป่วยสูงสุด ดังนี้ 1. จอมทอง 279 ราย 2. หลักสี่ 186 ราย 3. ดอนเมือง 155 ราย 4. บางซื่อ 140 ราย 5. ราษฎร์บูรณะ 116 ราย 6. หนองแขม 114 ราย 7. สายไหม 107 ราย 8. คลองเตย 101 ราย 9. ธนบุรี 99 ราย 10. ห้วยขวาง 98 ราย

ศบค.เผย แนวโน้มสถานการณ์ลดลง ทั้งยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต

กทม.มีการติดเชื้อเกิน 100 ราย มีทั้งหมด 8 เขต ขอให้เฝ้าระวังและรักษามาตรการ เนื่องจากมีการปรับมาตรการ เพื่อช่วยกันป้องกันการระบาดเพิ่มขึ้น

ศบค.เผย แนวโน้มสถานการณ์ลดลง ทั้งยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต

สำหรับแนวโน้มอัตราการเสียชีวิต ภาพรวมลดลง ในช่วงหลังแนวโน้มการเสียชีวิตในต่างจังหวัดสูงกว่าในกทม. -ปริมณฑล พบมีหญิงตั้งครรภ์ เสียชีวิต 21 ราย ทั้งประเทศมีเสียชีวิตนอกสถานพยาบาล 361 ราย พบผู้ที่ได้รับวัคซีนแล้วมีอัตราการเสียชีวิตที่น้อยกว่า เมื่อฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายแล้ว อัตราการป่วยและเสียชีวิตเริ่มลดลง ดังนั้นกลุ่มผู้สูงอายุ, กลุ่มโรคเสี่ยง ควรเข้ารับวัคซีน

ขณะที่ยอดรวมผู้ติดเชื้อโควิด-19 ระลอกเดือนเมษายน เริ่มตั้งแต่ 1 เม.ย. 64 เป็นต้นมา พบผู้ติดเชื้อแล้ว 1,365,893 ราย หายป่วยสะสม 1,220,732 ราย เสียชีวิตสะสม 14,391 ราย

 

สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ทั่วโลก วันจันทร์ที่ 13 กันยายน 2564 เวลา 10.00 น. ยอดผู้ติดเชื้อรวม 225,469,980 ราย อาการรุนแรง 103,211 ราย รักษาหายแล้ว 202,037,081 ราย เสียชีวิต 4,644,028 ราย

ศบค.เผย แนวโน้มสถานการณ์ลดลง ทั้งยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิต

อันดับประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสูงสุด

1. สหรัฐอเมริกา จำนวน 41,853,362 ราย

2. อินเดีย จำนวน 33,263,542 ราย

3. บราซิล จำนวน 20,999,779 ราย

4. สหราชอาณาจักร จำนวน 7,226,276 ราย

5. รัสเซีย จำนวน 7,140,070 ราย

ประเทศไทย อยู่ในอันดับที่ 29 จำนวน 1,394,756 ราย