หลายฝ่ายเชื่อว่า “ศึกปราบกบฏ” ยังไม่จบบริบูรณ์แค่ปลดรัฐมนตรีช่วย 2 คนที่เชื่อกันว่าเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงเดินเกมโหวลล้มนายกฯ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมา เพราะมีข่าวว่าจะมี “อาฟเตอร์ช็อก” ตามมาอีกหลายระลอก

โดย...ปกรณ์ พึ่งเนตร

 

ระลอกแรก การเข้าไปรื้อโครงสร้างพรรคพลังประชารัฐ เพื่อล้างบางเครือข่ายอำนาจของผู้กองธรรมนัส พรหมเผ่า

 

ระลอกสอง การปรับ ครม. ที่อาจรอให้ผ่านสิ้นเดือนก.ย.ไปก่อน เนื่องจากจะมีความชัดเจนมากขึ้นในคดีทุจริตงบประมาณโครงการก่อสร้างสนามฟุตซอลในภาคอีสาน ว่านายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล จะถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่

 

ซึ่งหากศาลสั่งยุติการปฏิบัติหน้าที่ ก็จะมีการเปลี่ยนตัวประธานวิปรัฐบาล และอาจมีการปรับรัฐมนตรีในส่วนของกลุ่ม "4 ช." อีกคนหนึ่ง นั่นก็คือ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นลูกชายของนายวิรัชด้วย

 

รวมทั้งรอ "ปลัดฉิ่ง" นายฉัตรชัย พรหมเลิศ เกษียณอายุจากปลัดกระทรวงมหาดไทย เพราะมีข่าวจะดึงเข้าพรรคพลังประชารัฐ และขยับเข้าไปเป็นรัฐมนตรีช่วยคลองหลอด เพื่อเป็น "มือไม้" ให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการฯ รวมทั้งจัดทัพมหาดไทยเพื่อชิงความได้เปรียบทางการเมือง หากมีการเลือกตั้งในปีหน้า

ระลอกสาม จัดการเครือข่ายของผู้กองธรรมนัสที่อยู่นอกสภาฯ ซึ่งเคลื่อนไหวเดินสายเขย่ารัฐบาล และล้มนายกรัฐมนตรีในช่วงที่ผ่านมา เมื่อเข้ามามีอำนาจในรัฐบาลแทน โดยเครือข่ายกลุ่มนี้นำโดย "พลตำรวจเอก" นอกราชการ 2 คน ซึ่งมีความใกล้ชิดกับฝั่งของ "บิ๊กป้อม" พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

 

"2 พลตำรวจเอกนอกราชการ" ที่ว่านี้ ยังมีอิทธิพลแผ่ไปในองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบทุจริตบางองค์กรด้วย ซึ่งที่ผ่านมา มีการเปิดประเด็นการตั้งคณะกรรมการไต่สวนของ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ พล.อ.อนุพงษ์ ที่ไปเซ็นอนุญาตให้บริษัทในเครือของ "กระทิงแดง" เช่าที่ดินสาธารณะ ซึ่งเป็น "ป่าชุมชน" ในจ.ขอนแก่น ให้บริษัทในเครือกระทิงแดงขยายโรงงาน

ประเด็นนี้ปรากฏเป็นข่าวในช่วงใกล้เคียงกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทำให้ฝั่งของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.อนุพงษ์ ซึ่งระยะหลังผนึกกำลังกันแน่น มองว่าการเปิดเรื่องนี้ขึ้นมา อาจเป็นประเด็นทางการเมืองที่มี "เครือข่าย 2 พลตำรวจเอก" อยู่เบื้องหลัง เพื่อเขย่าเก้าอี้ มท.1 สอดรับกับที่ “ผู้กองธรรมนัส” เคยออกมาเรียกร้องโควต้ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คืนกลับมาที่พรรคพลังประชารัฐ

 

ฉะนั้นหากจะมีการล้างบางเครือข่ายนี้ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับ "บิ๊กป้อม" ทั้งกรณีของ "2 พลตำรวจเอกนอกราชการ" และผู้บริหารองค์กรอิสระบางราย ย่อมกระทบกับ "บิ๊กป้อม" เข้าอย่างจัง จนน่าติดตามต่อไปว่า "กลุ่ม 3 ป." ที่เพิ่งประกาศว่ามีความสัมพันธ์แนบแน่นแข็งแกร่งดุจหินผานั้น จะเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ตามมาหรือไม่

 

เพราะล่าสุดมีข่าวว่า "2 พลตำรวจเอกนอกราชการ" ได้หารือกันเพื่อวางแผนตอบโต้ "พี่น้อง 2 ป." แล้ว ขณะที่ "บิ๊กป้อม" ยังไม่แสดงท่าทีใดๆ