สถานการณ์การเมืองเริ่มร้อนระอุ หลังราชกิจจาฯ ประกาศให้ "ธรรมนัส" พ้นจากเก้าอี้ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดี๋ยวจะมาไล่ย้อนประวัติของชายคนนี้ ที่บอกว่า "ตัวเองเป็นคนใจนักเลง"

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

“คงจะไปทิศทางเดียวกันไม่ได้” เป็นคำพูดที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอบข้อซักถามผู้สื่อข่าวประจำรัฐสภา ที่ถามถึงกรณีทำงานร่วมกับนายกฯ ไม่ได้

 

โดยในวันเดียวกัน เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ร.อ.ธรรมนัส พ้นจากตำแหน่ง พร้อมนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน ท่ามกลางความขัดแย้งภายในรัฐบาล ที่คุกรุ่นมาตั้งแต่ช่วงอภิปรายไม่ไว้วางใจ

 

สำหรับ “ธรรมนัส พรหมเผ่า หรือ “ผู้กองมนัส” ชื่อนี้ไม่ได้มาเพราะโชคช่วย มือฉมังแกนนำคนสำคัญของพรรคพลังประชารัฐ ถึงกับเคยลั่นวาจาว่า “หากล้มผมได้ รัฐบาลก็สั่นคลอน” แม้ก่อนหน้านี้เคยอยู่เคียงข้างเพื่อไทยมานานหลายปี แต่พอย้ายมาซบอกพลังประชารัฐ ก็โชว์ฝีไม้ลายมือจัดจ้าน เคลียร์ปัญหาต่อรองกระทรวงได้อย่างหมดจด

ย้อนปะวัติ "ธรรมนัส" ถูกปรับพ้นเก้าอี้ รมช.

โดยหลังเลือกตั้งได้รับมอบหมายให้เป็นหนึ่งในมือเจรจากับพรรคร่วมรัฐบาล เป็นประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ หลังทะลุทะลวงพื้นที่ภาคเหนือของพรรคเพื่อไทยได้หลายเขต โดยเฉพาะ จ.พิจิตร ที่ผูกขาดโดยตระกูลขจรประศาสน์ สุดท้ายสามารถกวาด ส.ส.ให้พรรคแบบยกจังหวัดมาได้

 

หากย้อนเส้นทางทางการเมือง เรียกว่าไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เดิมที “ธรรมนัส” ไม่ใช่ชื่อแรก เขาเปลี่ยนมาแล้วไม่ว่าจะเป็นชื่อ มนัส, ยุทธภูมิ กลับมาเป็น มนัส และเปลี่ยนเป็น พชร ส่วนนามสกุลเปลี่ยน 2 ครั้ง จาก โบกพรหม มาเป็น พรหมเผ่า หลายคนเรียกเขาว่า “ผู้กองตุ๋ย” แต่ความจริงแล้ว ร.อ.ธรรมนัส ชื่อเล่น “นัท” ซึ่งเป็นชื่อที่พ่อแม่ตั้งให้

เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 25 และจบนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 36 รุ่นเดียวกันกับ พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม เขาเป็นที่รักของเพื่อนๆ เพราะความเป็นคนใจกว้าง ใจนักเลง ช่วยเหลือพรรคพวกทุกเมื่อ

 

จบศิลปศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐศาสตร์) มหาวิทยาลัยรามคำแหง และปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต Doctor of Philosophy (รัฐประศาสนศาสตร์) California University FCE ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

สถานภาพสมรส ระบุไว้ในการยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ว่า นางอริสรา พรหมเผ่า เป็นคู่สมรสตามกฎหมาย ส่วนภรรยาคนที่สอง น.ส.ธนพร ศรีวิราช หรือ “จุ๊บจิ๊บ” อดีตนางสาวไทยปี 2559  เป็นคู่สมรสอยู่กันฉันท์สามีภรรยา

ย้อนปะวัติ "ธรรมนัส" ถูกปรับพ้นเก้าอี้ รมช.

ต่อมาอาชีพข้าราชการทหารของเขาได้สิ้นสุดลง เมื่อปี 2542 หลังถูกออกหมายจับคดีฆาตกรรมหนุ่มนักเรียนนอก ซึ่งขณะนั้นเขาใช้ชื่อ ร.อ.พชร ในฐานะเจ้าของบ้านเกิดเหตุ กับพวกรวม 3 คน ต่อมาศาลมีคำพิพากษายกฟ้องในปี 2546

 

ทหารม้าที่อยู่ตามชายแดน คือ ความฝันสมัยเรียนนายร้อย จปร.ของ “ธรรมนัส” แต่เมื่อถึงวันหนึ่ง เขาไม่ได้สวมเครื่องแบบ เลยผันตัวเองมาทำธุรกิจรักษาความปลอดภัย ชื่อ บริษัท ธรรมนัส การ์ด โดยจับมือผู้ใหญ่คนสนิทอย่าง “เสธ.ไอซ์” พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต

 

จากบริษัท รปภ. ต่อยอดทำธุรกิจด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น รถเมล์, อสังหาริมทรัพย์, ตลาด และยี่ปั๊วขายสลากฯ จนเป็นยี่ปั๊วรายใหญ่ของประเทศ เพราะเข้ามาบริหาร หจก.ขวัญฤดี จนได้รับฉายาว่า “5 เสือกองสลาก”

 

กระทั่ง คสช.กุมอำนาจ ได้แต่งตั้ง “พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์” เป็นประธานคณะกรรมการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล มาจัดการหวยแพง ซึ่งประธานบอร์ดคนใหม่ได้เชิญ ร.อ.ธรรมนัส ไปหารือเรื่องจัดระบบขายสลาก เจ้าตัวยอมรับสภาพที่จะไม่เป็นยี่ปั๊วรายใหญ่

ส่วนเส้นทางทางการเมืองเริ่มต้นเมื่อปี 2542 กับพรรคไทยรักไทย ที่มี “ทักษิณ ชินวัตร” หัวหน้าพรรค ดูแลยุทธศาสตร์เลือกตั้งในสนามกรุงเทพฯ พอเข้าปี 2557 ร.อ.ธรรมนัส เป็นผู้เข้าสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย แต่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

 

หลัง คสช.รัฐประหาร และมีการตั้งพรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส ได้รับการชักชวนจากผู้ใหญ่ให้มาร่วมงานการเมือง รับตำแหน่งประธานยุทธศาตร์ภาคเหนือ จนผลงานเข้าตาผู้หลักผู้ใหญ่อย่างมาก ก่อนได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ย้อนปะวัติ "ธรรมนัส" ถูกปรับพ้นเก้าอี้ รมช.

คนทั่วไปอาจมองว่า ร.อ.ธรรมนัส เป็นมาเฟีย แต่คนเมืองกว๊านถือว่าเขาเป็นพ่อพระของคนพะเยา โดยเฉพาะการช่วยเหลือคนยากไร้ คนด้อยโอกาส และด้วยความที่เป็นคนเข้าถึงง่าย ปฏิเสธชาวบ้านไม่เป็น จึงเป็นที่รักของกลุ่มกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และกลุ่มข้าราชการ

 

เจ้าตัวยังเคยพูดว่า  “มาเฟียเป็นภาพติดตัวผมมาตั้งแต่อยู่กับ เสธ.ไอซ์ คำว่ามาเฟียกับนักเลงมันต่างกัน นักเลงคือคนที่ใจเป็นนักเลง คนใจนักเลงคือถึงไหนถึงกัน กล้าได้กล้าเสีย รักเพื่อนฝูง แต่มาเฟียคือกลุ่มอิทธิพลที่รังแกคน ตั้งตัวเองขึ้นมาเป็นผู้มีอิทธิพล อยู่บนผลประโยชน์ ผมไม่ใช่คนประเภทนั้น แต่ผมไม่ปฏิเสธว่าผมเป็นนักเลง เพราะเรามันคนใจนักเลง”

 

แต่แล้วชะตาชีวิตก็พลิกผัน วันที่ 5 พฤษภาคม 2564  ศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยสถานะความเป็น ส.ส.และรัฐมนตรี ของ “ร.อ.ธรรมนัส” กรณีถูกศาลออสเตรเลียพิพากษาจำคุกในข้อหา “พัวพันคดีค้ายาเสพติด” ก่อนที่เขาจะตอบโต้ด้วยการกล่าววรรคทอง “มันคือแป้ง” จนกลายเป็นวลีเด็ด

 

โดยศาลมีคำวินิจฉัย มีมติว่า ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีลักษณะต้องห้าม เนื่องด้วยเหตุเป็นคดีที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ไม่ผูกพันกฎหมายไทยตามหลักอำนาจอธิปไตยไทย ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจของรัฐอื่น จนกลายเป็นแรงกระเพื่อมลูกใหญ่ของคนในสังคมที่ต่างวิพากษ์วิจารณ์คำวินิจฉัยของศาล ถึงขั้นส่ายหัวไปตามๆ กัน

 

หลังจากนี้ต้องจับตาใกล้ชิดว่า “ธรรมนัส” จะเลือกเดินไปทางไหน และรัฐบาลที่ไร้ชื่อ “ธรรมนัส” จะเป็นยังไง??