นายกรัฐมนตรี ปฏิบัติการเชือดกบฏพลังประชารัฐ เขี่ย "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ พ้นครม. รมต.โลกลืม

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

ทำเนียบรัฐบาล เพิ่งจะปล่อยภาพหวานชื่นออกมาจากห้องประชุมครม. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเฉพาะ “ซีน” ที่ “พี่รอง”  บิ๊กป๊อก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จับมือแบบไม่มองตากับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ และเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ 

 

นัยว่า ภาพๆ นี้ จะสยบข่าวรอยร้าวในรัฐบาล จากยุทธการ “เขย่าต้นม่วง” เด็ดเก้าอี้มท.1 จาก พล.อ.อนุพงษ์ โดยฝีมือ “กลุ่ม 3 ช.” นำโดย ร.อ.ธรรมนัส ไม่มีอะไรในกอไผ่ หรือเคลียร์กันจบแล้ว

 

โดยก่อนหน้านี้ มีการคุยกันในแกนนำพลังประชารัฐ ควรปฎิบัติการ "แช่แข็ง" ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยไม่ทำอะไร ไม่ปลดจากเก้าอี้รัฐมนตรี แต่จะลดบทบาททางการเมืองแทน  

สำหรับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ เจ้าตัวบอกเสมอว่า “ผมคือเส้นเลือดใหญ่รัฐบาล”

 

แต่หลังจากโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ 4 กันยายน 2564 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยอมรับสภาพว่าเป็นเสือหมดเขี้ยวเล็บ ซ้ำบาดเจ็บหนัก ต้องหลบเลียแผลตัวเอง 

 

กระแสข่าวก่อนหน้านี้ คือ หลังจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส อาจหันไปใช้ “พะเยาโมเดล” จับมือกับส.ส.ภาคเหนือบางส่วน บวกกับประคับประคอง ส.ส.ในสังกัด อาทิเช่น พรรคเพื่อชาติ 5 เสียง รอเวลา หลังยุบสภา ค่อยมาว่า กันใหม่

 

ส่วนในพลังประชารัฐเอง แค่ปฎิบัติการ "แช่แข็ง" ร.อ.ธรรมนัส ยังไม่น่าจะพอ เพราะมีรัฐมนตรี “2 ช” อยู่ในแก๊งเขย่าต้นมะม่วงคือ  นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน และนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม ให้ “ริบ” ตำแหน่งคืน โดยพี่ใหญ่ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นคนจัดการ

เชือดกบฏ เขี่ย "ธรรมนัส-นฤมล" พ้นครม. "รมต.โลกลืม"

 

กระทั่งล่าสุด 9 กันยายน 2564 ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศให้รัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่ง ประกอบด้วย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน โดยให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 8 กันยายน 2564  

 

เชือดกบฏ เขี่ย "ธรรมนัส-นฤมล" พ้นครม. "รมต.โลกลืม"

พร้อมๆ กันนั้น มีการเปิดจดหมาย ร.อ.ธรรมนัส ขอลาออกจากการเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร ลงวันที่ 8 กันยายน 2564 วันเดียวกันกับที่ราชกิจจานุเบกษา มีผล วันที่ 8 กันยายน 2564

 

หมายความว่า นายกรัฐมนตรี ได้ทูลเกล้าฯ ปลด ”2 ช. ร.อ.ธรรมนัส และนางนฤมล” ก่อน ที่ร.อ.ธรรมนัส จะทำหนังสือลาออก

 

นั่นแสดงชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี น้องคนสุดท้อง 3 ป. ประกาศ “แตกหัก” กับ ร.อ.ธรรมนัส 

 

จากนี้ไปจับตา “ปลัดฉิ่ง” นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 กันยายน นี้ คนนี้จะเป็นคีย์แมนสำคัญ เพราะเดิมมีข่าวว่า จะยกเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ให้ “ปลัดฉิ่ง”

 

ตามสูตรเดิม ถ้ามอบเก้าอี้รัฐมนตรีช่วยให้ “ปลัดฉิ่ง” โอกาสเป็นไปได้สูงที่ “ปลัดฉิ่ง” จะสไลด์เข้าไปอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ และยิ่งน่าจับตาต่อไปว่า “ปลัดฉิ่ง” จะไปเป็นเลขาธิการพรรค หรือรองหัวหน้าพรรค 

 

การปลด ร.อ.ธรรมนัส โดยน้องเล็ก “บิ๊กตู่” ส่วนเก้าอี้เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่ ร.อ.ธรรมนัส นั่งอยู่ เป็นหน้าที่ของพี่ใหญ่ “บิ๊กป้อม” ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รับไปดำเนินการ 

 

ถ้าวัดสถานการณ์ตอนนี้ต้องบอกว่า เก้าอี้เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กำลัง “สั่นคลอน” ยิ่ง

 

สำหรับ กรณี “ปลัดฉิ่ง” มีเงื่อนเวลาดักเอาไว้ คือ ต้องรอเกษียณอายุราชการ 30 กันยายน ก่อน และนั่นหมายความว่า การปรับครม. หรือการแต่งตั้งรัฐมนตรีใหม่จะเกิดขึ้นหลัง 30 กันยายน นี้ ส่วนรัฐมนตรีช่วยที่ว่าง สามารถมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทำไปพลางก่อน

 

นี่คือปฏิบัติการ "เชือดกบฏ" “ยุทธการตัดเส้นเลือดใหญ่” นำไปสู่การถ่ายเลือดใหม่ของพรรคพลังประชารัฐ 

 

การเมืองจากนี้ไป ต้องจับตาต่อไปว่า การปลด ร.อ.ธรรมนัส จะเป็นสัญญาณการโหวตรับร่างรัฐธรมนูญ วาระ3 วันที่ 10 กันยายน นี้ หรือไม่ 

 

ที่มา เนชั่นอินไซด์ โดย บากบั่น บุญเลิศ วีระศักดิ์ พงศ์อักษร