นพ.ธีระ เผยไวรัสโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้า มีโอกาสติดเชื้อแล้วป่วย จนต้องนอนโรงพยาบาลสูงกว่าสายพันธุ์อัลฟ่า ถึง 2.26 เท่า ก่อให้เกิดภาระงานในระบบสาธารณสุข พร้อมย้ำเราต้องเฝ้าระวังการระบาดในกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนเพราะจะติดเชื้อง่าย

รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์เตือนภัย ระบุสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกว่า ล่าสุด สหราชอาณาจัก รมียอดติดเชื้อสะสมแซงรัสเซียขึ้นมาเป็นอันดับ 4 ของโลกแล้ว


เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 478,345 คน รวมแล้วตอนนี้ 222,598,441 คน ตายเพิ่มอีก 8,008 คน ยอดตายรวม 4,597,239 คน 5 อันดับแรกที่มีจำนวนติดเชื้อต่อวันสูงสุดคือ อเมริกา อินเดีย สหราชอาณาจักร อิหร่าน และตุรกี อเมริกา ติดเชื้อเพิ่ม 80,414 คน รวม 41,101,300 คน ตายเพิ่ม 669 คน ยอดเสียชีวิตรวม 668,112 คน อัตราตาย 1.6% อินเดีย ติดเพิ่ม 38,116 คน รวม 33,095,436 คน ตายเพิ่ม 358 คน ยอดเสียชีวิตรวม 441,433 คน อัตราตาย 1.3% บราซิล ติดเพิ่ม 13,645 คน รวม 20,913,578 คน ตายเพิ่ม 305 คน ยอดเสียชีวิตรวม 584,171 คน อัตราตาย 2.8% สหราชอาณาจักร ติดเพิ่ม 37,489 คน ยอดรวม 7,056,106 คน ตายเพิ่ม 209 คน ยอดเสียชีวิตรวม 133,483 คน อัตราตาย 1.9% รัสเซีย ติดเพิ่ม 17,425 คน รวม 7,047,880 คน ตายเพิ่ม 795 คน ยอดเสียชีวิตรวม 188,785 คน อัตราตาย 2.7% 

อันดับ 6-10 เป็น ฝรั่งเศส ตุรกี อาร์เจนติน่า อิหร่าน และโคลอมเบีย ติดกันหลักพันถึงหลายหมื่น อีก 1-2 วันอิหร่านจะแซงอาร์เจนติน่าได้ แถบอเมริกาใต้ ยุโรป แอฟริกา เอเชีย หลายต่อหลายประเทศติดกันเพิ่มหลักพันถึงหลักหมื่น หากรวมทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ พบว่ามีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 91.74 ของจำนวนติดเชื้อใหม่ทั้งหมดต่อวัน แถบสแกนดิเนเวีย บอลติก และยูเรเชีย ก็มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นหลักร้อยถึงหลักพัน แถบตะวันออกกลางส่วนใหญ่ยังติดเพิ่มหลักร้อยถึงหลักพัน ยกเว้น อิหร่านติดเพิ่มหลักหมื่นอย่างต่อเนื่อง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย เวียดนาม ติดเพิ่มกันหลักหมื่น
.

ส่วนญี่ปุ่น เมียนมาร์ อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ ติดกันหลักพัน กัมพูชา ลาว และสิงคโปร์ ติดเพิ่มหลักร้อย ส่วนจีน ไต้หวัน และนิวซีแลนด์ ติดเพิ่มหลักสิบ ในขณะที่ฮ่องกงติดเพิ่มต่ำกว่าสิบ


...วิเคราะห์ภาพรวมทั่วโลก
รายงานจากองค์การอนามัยโลก WHO Weekly Epidemiological Update วันที่ 7 กันยายน 2021 ชี้ให้เห็นว่า รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกมีจำนวนติดเชื้อใหม่และจำนวนเสียชีวิตเพิ่ม มากกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า ราว 1% การติดเชื้อใหม่นั้นทุกทวีปมีจำนวนการติดเชื้อลดลงกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า ยกเว้นทวีปอเมริกา ซึ่งเพิ่มมากถึง 19% จำนวนเสียชีวิตนั้นทุกทวีปมีจำนวนลดลงกว่าสัปดาห์ก่อนหน้า ยกเว้นทวีปอเมริกา ซึ่งเพิ่มถึง 17% และทวีปยุโรปที่เพิ่มถึง 20%

สายพันธุ์เดลต้านั้นล่าสุดแพร่ไปทั่วโลกแล้ว 174 ประเทศ
.
นอกจากนี้ ยังได้มีการรายงานถึงผลการศึกษาจากสหราชอาณาจักร ที่เน้นย้ำถึงผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโรคโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าว่า เมื่อเทียบกับสายพันธุ์อัลฟ่าแล้ว เดลต้าจะทำให้มีโอกาสติดเชื้อแล้วป่วยจนต้องนอนโรงพยาบาลสูงขึ้นถึง 2.26 เท่า (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 1.32-3.89 เท่า) ในขณะที่จะมีโอกาสทำให้ป่วยจนต้องเข้ามารับการดูแลที่แผนกฉุกเฉินมากขึ้น 1.45 เท่า (ช่วงความเชื่อมั่นตั้งแต่ 1.08-1.95 เท่า) โดยผู้ติดเชื้อถึง 3 ใน 4 ของทั้งหมดที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลนั้นเป็นกลุ่มที่ไม่ได้รับวัคซีน

นพ.ธีระ เผย สายพันธุ์เดลต้าหากติดเชื้อแล้ว นอนรพ.สูงกว่าอัลฟ่า 2.26 เท่า

ข้อมูลข้างต้นชี้ให้เห็นว่าเดลต้าจะก่อให้เกิดภาระงานในระบบสาธารณสุขมากกว่าอัลฟ่า และมีความจำเป็นต้องเฝ้าระวังการระบาดในกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ได้รับวัคซีน
เกี่ยวกับประสิทธิผลและประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดต่างๆ ต่อสายพันธุ์เดลต้านั้น ข้อมูลยังมีค่อนข้างจำกัด จะเห็นว่าในแง่การป้องกันการป่วยรุนแรง วัคซีน mRNA อย่าง Pfizer/Biontech และ Moderna และวัคซีน viral vector อย่าง Astra นั้นยังป้องกันได้ดี

...สำหรับสถานการณ์ของไทยเรา การระบาดยังรุนแรง และเป็นไปอย่างต่อเนื่อง
ตามหลักการแล้ว หากเลือกใช้วัคซีน ต้องเลือกวัคซีนที่ผ่านการศึกษาวิจัยอย่างเป็นขั้นเป็นตอน เป็นที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล การวัดประเมินผลว่าควรนำมาใช้เป็นนโยบายสำหรับสาธารณะหรือไม่นั้นจำเป็นจะต้องดูที่ผลลัพธ์ทางคลินิก ได้แก่ สรรพคุณในการป้องกันการติดเชื้อ ลดโอกาสป่วยรุนแรง ลดโอกาสเสียชีวิต มิใช่ดูแค่ผลทางห้องปฏิบัติการเรื่องระดับภูมิคุ้มกัน

วิกฤติการระบาดรุนแรงจะไม่มีทางเกิดขึ้นอย่างยืดเยื้อยาวนาน หากมีนโยบายและวิชาการที่ดี ทั้งด้านการควบคุมป้องกันโรคและวัคซีน