อย่างไรก็ตาม หลวงพ่อปัญญาก็เลยบอกว่าพยอมเทศน์สอนหลังเรานี่ ดังแซงไปแล้ว ทีนี้หลวงพ่อพุทธทาสท่านพูดดีมาก ท่านไม่ตอบว่าเหมาะไม่เหมาะ ท่านบอกก็เอาพระพยอมขึ้นตาชั่งดูว่า ระหว่างได้กับเสีย เทศน์แล้วเสียมากกว่า หรือเทศน์แล้วได้วัยรุ่นมามากให้ขึ้นตาชั่งดู ตอนนั้นก็เริ่มดีขึ้นแล้วอีกอย่างอาตมาก็โดนผู้หลักผู้ใหญ่ตะล่อมบอกเตือน ก็รีบปรับบวกกับอายุมากขึ้นก็เลยเทศน์สำรวมระวังไม่สนุกสนานเกินเหตุ แต่กลับโดนด่าโดนว่าอีกทำไมเทศน์ไม่สนุกขึ้น เป็นเจ้าคุณแล้ววางเต๊ะท่าเป็นงั้นไปอีก
พระพยอม กล่าวอีกว่า ยังไงๆ ก็เทคโนโลยี มีปราชญ์พูดไว้ว่าวิทยาศาสตร์ไปถึงไหนพุทธศาสตร์ก็ไปถึงนั่น มันจะไปยังงี้ แต่บางทีเทคโนโลยีหลวงพ่อพุทธทาสติงไว้นิดนึงว่า ระวังไอ้เจ้าเทคโนโลยีมันจะวิวัฒนการไปสู่วินาศนาการทางศีลธรรม ถ้ามันเหลิงนะ ถ้าไม่เหลิงก็ไม่มีปัญหา
ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาก็ทำถูกแล้วหาข้อมูลไปให้พระผู้ใหญ่พิจารณา พระผู้ใหญ่ที่เป็นฝ่ายปกครองก็ไล่กันไปตามลำดับจะตักเตือนกันอย่างไร แต่เชื่อว่าพระสงฆ์ 2 รูปนี้ไม่ใช่พระหัวดื้อ ไม่ใช่พระปัญญาอ่อน คงจะรับคำเตือนคำสอนพระผู้ใหญ่ได้ ก็คงปรับปรุงไปเรื่อยๆตามอายุขัยบ้าง ตามสถานการณ์ที่คนตำหนิติเตียนมาบ้าง เชื่อเถอะ พระพยอมได้กล่าวทิ้งท้าย