ยังเถียงกันไม่จบ ปมพระสงฆ์เล่นโซเชียลสอดแทรกธรรมะเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งหากย้อนอดีตเมื่อ 2 ปีที่แล้ว "อ.ปวิน" นักวิชาการฝีปากกล้า เคยเปิดศึกข้ามประเทศ "พระมหาไพรวัลย์" พส.ขวัญใจวัยรุ่น จนรู้สภาพทั้ง 2 ฝ่าย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

เป็นเวลานานกว่า 1 สัปดาห์แล้ว ที่ชื่อของ พระมหาไพรวัลย์ แห่งวัดสร้อยทอง ขึ้นมาติดเทรนด์ยอดนิยม แบบแรงดีไม่มีตก โดยเฉพาะแนวทางการสอนธรรมะ สอดแทรก “มุกโบ๊ะบ๊ะ” ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย ซึ่งกำลังเป็นที่ถกเถียงว่า เหมาะสมหรือไม่?    

 

เพราะแม้จะมีเสียงเชียร์ล้นหลามถึง “พระมหาไพรวัลย์” แต่อีกมุมหนึ่ง ก็ถูกมองว่า พระสงฆ์ใช้สื่อโซเชียลมีเดียตลอดเวลาแบบนี้ อาจไม่เป็นผลดี ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก “Neo Fighter” โพสต์ย้อนเรื่องราวในอดีตเมื่อต้นปี 2562 พบว่า “อ.ปวิน” ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการชื่อดัง เคยเปิดศึกกับ “พระมหาไพรวัลย์” มาแล้ว 1 ยก

 

เริ่มจากเมื่อวันที่ 19 ม.ค.2562 “อ.ปวิน” โพสต์เฟซบุ๊กวิพากษ์วิจารณ์การใช้สื่อสังคมออนไลน์ของพระสงฆ์ว่า “ดิชั้นมีปัญหากับพระเล่นเฟซบุ๊กมากนะคะ คือตอนแรกคิดว่า ใช้เฟซบุ๊กเป็นสื่อธรรมะ แต่หลังๆ มันไม่ใช่อะ พระพวกนี้เล่นตามกระแสที่ชาวฆราวาสเล่น อย่างเปรียบเทียบอายุ 10 ปี หรือเรื่องการรายงานความเคลื่อนไหวของตัวเองรายชั่วโมงว่าไปทำอะไรมาบ้าง บางทีไม่เกียวกับศาสนาเลย คือถ้ายังตัดทางโลกไม่ได้ สึกออกมาเถอะค่ะ เห็นแล้วเหนื่อยใจ...อ้อ พระพวกนี้จะโกรธมากถ้าเราทักแบบนี้ เผอิญดิชั้นเป็นมารศาสนา ด่าอีกที ถ้าจะทำให้ดิชั้นตกนรกไปลึกกว่านี้ ดิชั้นยอมมมมมม”

ย้อนรอย "อ.ปวิน" เปิดศึก "พระมหาไพรวัลย์" ปมเล่นโซเชียล

จากนั้นวันรุ่งขึ้น 20 ม.ค.2562 “พระมหาไพรวัลย์” ได้โพส์ตอบโต้ยาวเหยียด จนกลายเป็นเรื่องเดือดข้ามประเทศว่า “อาตมาว่า อาตมาจะไม่พูดถึงปวินแล้ว แต่ครั้งนี้เกินทนไปมาก เพราะปวินถ่อยทรามเกินกว่าจะปล่อยข้ามได้ จึงขอเขียนถึงปวินครั้งแรก และขอให้เป็นครั้งสุดท้าย อาตมาเคยเห็นใจคนอย่างปวินนะ อันนี้พูดจากหัวใจ เห็นใจที่เขาถูกรังแกอย่างไม่เป็นธรรม และเห็นว่า การที่เขาแสดงความเห็น แม้จะด่าทอโกรธแค้นในการต่อต้านรัฐ ก็เป็นเรื่องที่ควรรับฟัง เพราะอย่างน้อยเขาก็ทำในฐานะของคนที่พยายามต่อสู้เพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง”

แต่ตอนหลังมาปวินเหมือนคนเสียสติ ที่กัดเหวี่ยงคนอื่นไปทั่ว เกลียดคนอื่นที่พูดเรื่องเสียงไม่มีคุณภาพ แต่ตัวเองกับใช้วาทกรรมเดียวกันด่าคนอื่นเสียเอง ตอนที่อาตมาโพสต์ข้อความธรรมะเป็นสาระ ปวินก็แขวะ ว่าเป็นพวกโพสต์ข้อความสวยสวยบ้าง เอาอะไรมาสอนชาวบ้านบ้าง ไปคิดเองว่าคนอื่นกำลังสอนเขาบ้าง

 

พออาตมาโพสต์เรื่อง 10 years challenge แม้จะประกอบการเขียนข้อความธรรมะ พูดถึงความไม่เที่ยงของรูปร่างสังขารซึ่งเปลี่ยนไป ปวินก็มองไม่เห็นนะ แต่หาเรื่องที่จะแขวะว่า ไม่ใช้เฟซบุ๊กเป็นสื่อธรรมะ ถ้าอาตมาเป็นฆราวาส อาตมาคงจะถามคนอย่างปวินตรงๆ ว่า (มึงต้องการอะไรจากกู ก็ตอนกูโพสต์ธรรมะ มึงก็ด่า ไม่โพสต์ธรรมะมึงก็ด่า ตกลงความผิดมันอยู่ที่ใคร)

ย้อนรอย "อ.ปวิน" เปิดศึก "พระมหาไพรวัลย์" ปมเล่นโซเชียล

ถ้าคนอย่างปวินมองคนกลุ่มอื่นว่า เป็นพวกแพร่เชื้อความเกลียดชังในสังคม อาตมาก็คงมองแบบเดียวกันว่า ในฝั่งประชาธิปไตยนี่เอง คนที่แพร่เชื้อโรคแห่งความเกลียดชังไม่แพ้กัน ก็คือคนอย่างปวิน

 

“ทำไมเราไม่มองแบบนี้ ทำไมเราต้องไปคาดหวังให้ใครต้องโพสต์หรือเขียนอะไรในแบบที่เราต้องการ อาตมาไม่อยากเห็นคนอย่างปวินถูกพิษของความโกรธเกลียดครอบงำหัวใจแบบนี้นะ แม้ปวินจะบอกว่าตัวเองไม่ใช่คนมีศาสนาก็ตาม แต่อาตมาจะพูดในฐานะของเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ป.ล.ที่ปวินบอกว่า พ่อมึงตาย คือพ่ออาตมายังไม่ตายนะ และปวินก็ควรมาแช่งพ่ออาตมาด้วย"

มีหรือเมื่อถูกจัดหนักแบบนี้ “อ.ปวิน” จะยินยอม จึงโพสต์สวนกลับว่า “พูดความจริงว่าพระอย่างไพรวัลย์ หลงระเริงทางโลกมาก เล่นเฟซบุ๊กเป็นอาชีพ ถ่ายรูปตัวเองลงมากกว่าฆราวาส เล่นกระแสโซเชี่ยลต่างๆ นี่เพิ่งเห็นว่าโพสต์ด่ากลับดิชั้นว่า ถ่อยและทราม การชี้จุดอ่อนพระแบบนั้น ถ้าคิดว่าถ่อยและทราม ดิชั้นรับไว้หมด แต่พอซะทีกับการที่ทำตัวเป็นพระเซเลป มันเหม็นเบื่อ มันยังลุ่มหลงในชื่อเสียงลาภยศ อย่าเป็นเลยดีกว่าไอ้อาชีพพระเนี้ย อ้อ ดูจากเนื้อความแล้วนางโกรธดิชั้นมาก 55555 แค่ความโกรธก็ดับไม่ลง จะเอาอะไรมากกว่านี้”

ย้อนรอย "อ.ปวิน" เปิดศึก "พระมหาไพรวัลย์" ปมเล่นโซเชียล

จากนั้นทั้ง 2 คน ก็ออกหมัดผ่านการจิกกัดผ่านโซเชียลแบบไม่ยั้ง โดย “อ.ปวิน” ตอบกลับว่า "ไม่เคยรับความจริงเลยนะคะหลวงพี่ ดิชั้นพร้อมพูดความจริง เพราะรู้ว่าหลวงพี่ต้องดิ้น ถ่อยทรามตรงไหนไม่ทราบ พระเล่นเฟซบุ๊กขนาดนี้ ตัดทางโลกไม่ขาด สึกค่ะ ทำศาสนาเสื่อมเปล่าๆ"

 

"พระมหาไพรวัลย์" ตอบกลับว่า "มีข้อไหนที่บอกว่าพระใช้เฟซบุ๊กแล้วต้องสึกอาจารย์ ถ้าคำพูดพวกนี้มาจากคนอีกฝั่ง อาตมาจะไม่ถือสาเลยนะ แต่นี่เป็นอาจารย์ ทำไมจึงมองอะไรมักง่ายแบบนี้ ทำไมถึงจ้องหาเรื่องกันกับสิ่งที่ไม่ควรหาเรื่องหาความ”

 

หรือข้อความว่า “คำถามคือไม่ใช่ธรรมะแล้วผิดตรงไหน กับข้อความแค่นี้ คูรทำหน้าที่เป็นกระทรวงวัฒนธรรม หรือสำนักพุทธ ในการเที่ยวมาตรวจสอบข้อความบนเฟซบุ๊กของคนอื่น ตั้งแต่เมื่อไหร่ คุณถ่ายรูปโชว์ตูด นั่นเป็นเรื่องวิชาการหรือเปล่า?

 

“อ.ปวิน” โต้ว่า “แต่ดิชั้นไม่ใช่พระ” และตอบอีกว่า "สิ่งที่คุณไพรวัลย์ตอบมาแบบยืดยาว ยิ่งชี้ว่าสิ่งที่ผมวิจารณ์เค้ายิ่งถูกต้องที่สุด" ทาง “พระมหาไพรวัลย์” จึงระบุว่า "อาตมาคิดเช่นกันว่า สิ่งที่อาตมาเขียนถึงความย้อนแย้งในตัวปวินทั้งหมดนั้น ถูกต้องยิ่งแล้ว"

 

ก่อนที่ “อ.ปวิน” จึงทิ้งท้าย "ดิชั้นพูดในสิ่งที่อยากพูดแล้ว และพูดแทนคนจำนวนหนึ่ง ที่เริ่มเหนื่อยกับคุณไพรวัลย์ หมดหน้าที่แล้ว และเพราะรู้ว่า คุณไพรวัลย์จะไม่เอามันไปตรึกตรองอีกอยู่ดี แค่นี้ละค่ะ"

ย้อนรอย "อ.ปวิน" เปิดศึก "พระมหาไพรวัลย์" ปมเล่นโซเชียล

ย้อนรอย "อ.ปวิน" เปิดศึก "พระมหาไพรวัลย์" ปมเล่นโซเชียล