กระทรวงพาณิชย์ ร่วมเวที Belt and Road Summit (BRI) ครั้งที่ 6 ย้ำจุดยืนให้ไทยเป็นศูนย์กลาง CLMVT เชื่อมอาเซียน – ฮ่องกง – จีน หนุนเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีดิจิทัล ดึงดูดนักลงทุน ชี้ RCEP เป็นปัจจัยสำคัญช่วยส่งเสริมให้ BRI ประสบผลสำเร็จยิ่งขึ้น

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

5 กันยายน 2564 ดร.สรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นผู้แทนไทยเข้าร่วมอภิปรายเชิงนโยบาย (Policy dialogue) ในการประชุม Belt and Road Summit ครั้งที่ 6 ภายใต้หัวข้อ “การขับเคลื่อนการพัฒนาด้วยการส่งเสริมการค้าระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ” ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา

พาณิชย์ย้ำจุดยืนไทยศูนย์กลางเชื่อมอาเซียน – ฮ่องกง – จีน
ดร. สรรเสริญ กล่าวว่า ตนได้ใช้โอกาสนี้เน้นย้ำนโยบายของไทยในการเชื่อมโยงไทยผ่านเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) กับเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Great Bay Area: GBA) และข้อริเริ่ม “สายแถบและเส้นทาง” (Belt and Road Initiative: BRI) ของจีน  เนื่องจากไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ของอนุภูมิภาค CLMVT (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และไทย) และอาเซียน รวมถึงผลักดันให้เกิดการเชื่อมโยงแบบไร้รอยต่อทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีด้านดิจิทัลตามเส้นทาง BRI เพื่อสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจร่วมกันและดึงดูดนักลงทุนที่มีศักยภาพโดยเฉพาะในอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EEC อาทิ อุตสาหกรรมดิจิทัล ยานยนต์สมัยใหม่ และการบินและโลจิสติกส์ 

นอกจากนี้ หากเส้นทางรถไฟและโครงข่ายคมนาคมภายใต้ข้อริเริ่ม BRI อาทิ รถไฟความเร็วสูงไทย - ลาว - จีน เสร็จสมบูรณ์ จะช่วยอำนวยความสะดวกและลดต้นทุนในการเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ เงินทุน และประชาชนในภูมิภาค ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจในภูมิภาคเติบโตอย่างยั่งยืนและฟื้นตัวจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ ในขณะที่นโยบายสนับสนุนการเปิดเสรีการค้าและการลงทุนกับต่างประเทศของจีน จะทำให้นักลงทุนไทยมีโอกาสเข้าไปลงทุนในจีนซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่มากขึ้น 

พาณิชย์ย้ำจุดยืนไทยศูนย์กลางเชื่อมอาเซียน – ฮ่องกง – จีน
ดร. สรรเสริญ เสริมว่า ปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมให้ข้อริเริ่ม BRI ประสบผลสำเร็จมากยิ่งขึ้น คือ การยกระดับการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค โดยเฉพาะการผลักดันให้ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งครอบคลุมประชากรกว่าร้อยละ 30 ของประชากรโลก และมีสัดส่วน GDP ถึงร้อยละ 30 ของ GDP โลก มีผลบังคับใช้โดยเร็ว เนื่องจากจะช่วยขยายการค้าและการลงทุน เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานจากการสะสมถิ่นกำเนิดสินค้าในภูมิภาค รวมทั้งสร้างโอกาสให้กับผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ SMEs ในการส่งออกสินค้า บริการและการลงทุนในตลาดการค้าขนาดใหญ่ 
 

การประชุม Belt and Road Summit เป็นเวทีประจำปีซึ่งจัดโดยรัฐบาลเขตบริหารพิเศษฮ่องกง เพื่อให้ผู้บริหารภาครัฐ นักธุรกิจและนักลงทุนจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกงและต่างประเทศ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับโอกาสความร่วมมือทางเศรษฐกิจภายใต้ข้อริเริ่ม BRI ของสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมการอภิปราย ประกอบด้วย เลขาธิการอาเซียน รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญด้านเศรษฐกิจและการค้าของประเทศสมาชิกอาเซียน ได้แก่ บรูไนดารุสซาลาม กัมพูชา อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และไทย และรัฐมนตรีกระทรวงการค้าต่างประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

พาณิชย์ย้ำจุดยืนไทยศูนย์กลางเชื่อมอาเซียน – ฮ่องกง – จีน