นักกฎหมาย ชี้ ผกก.โจ้ อ้าง ป.อาญา ม.65 ป่วยไบโพลาร์ เหตุให้ลดโทษไม่ได้ เผยจากคลิปขณะทำผิดมีสติทำเป็นขั้นเป็นตอนก่อนหลบหนี ยกคำพิพากษาฎีกาปี 44 เทียบ แม้ป่วยทางจิตแต่หลบหนีได้ ศาลเห็นว่ายังมีสติ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

1 กันยายน 2564 ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการพัฒนาการ บริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ อดีตเลขาธิการสภาทนายความ กล่าวกรณีมีกระแสข่าวว่า พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีตผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ ผกก.โจ้ เคยรับการรักษาพยาบาล อาการไบโพลาร์ อาจนำไปใช้เป็นข้ออ้างในการต่อสู้คดี เพื่อไม่ต้องรับโทษ หรือบรรเทาโทษ หรือรับโทษน้อยลง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 65 ว่า..

 

"ต้องพิจารณาจากขณะลงมือกระทำความผิดว่าผู้ก่อเหตุมีสติรู้ตัวรู้สำนึกในการกระทำหรือไม่ "

 

ในเบื้องต้นจากคลิปวีดีโอ ผู้กำกับโจ้ อยู่ในที่เกิดเหตุ มีการสั่งการ ใกล้ชิดกับผู้ใต้บังคับบัญชา มีการใช้น้ำราด เมื่อผู้เสียหายผู้ตาย หมดสติก็มีการปั๊มหัวใจ เพื่อแก้ไขบรรเทาผล เมื่อเหยื่อตายแล้วก็หลบหนีไป แสดงว่า เขามีสติสำนึกในการกระทำ และปฏิเสธไม่ได้ว่าขณะลงมือกระทำความผิดนั้นเขาไม่รู้สึกตัว แต่อย่างใด จึงจะเอามาตรา 65 วรรคสองมาเป็นเหตุขอให้ศาลลงโทษน้อยลงไม่ได้ 

 

นักกฎหมาย ชี้ ผกก.โจ้ อ้าง ม.65 ป่วยไบโพลาร์ หนีโทษไม่ได้

ประเด็นสำคัญ คือ ต้องดูเอกสารรายงานการตรวจพิสูจน์ของแพทย์ เกี่ยวกับการรักษาและอาการของผู้กำกับโจ้ ว่าเคยรับการรักษาจริงหรือไม่??

าการนี้เกิดขึ้นเป็นครั้งเป็นคราว หรือบ่อยมากน้อยแค่ไหน อาการรุนแรงแค่ไหนถึงขนาดควบคุมตัวเองไม่ได้เลยหรือไม่ อาการนี้เป็นผลโดยตรงทำให้เกิดการกระทำเหล่านี้หรือไม่

 

คดีลักษณะนี้เคยมี แนวคำพิพากษาศาลฎีกา ที่ 1609 / 2544 สรุปว่า จำเลยได้ฆ่าผู้ตาย แต่จำเลยมีอาการทางจิต มีโรคซึมเศร้า เมื่อโกรธก็จะแสดงความโกรธออกมาด้วยความรุนแรง จึงใช้ไม้ตีผู้ตายแล้วหลบหนีไป ศาลเห็นว่าจำเลยสามารถประกอบอาชีพการงานได้ เมื่อตีเขาจนตายแล้วก็สามารถหลบหนีไปได้ แสดงว่าย่อมมีสติสัมปชัญญะ ขณะกระทำอยู่บ้าง

 

นักกฎหมาย ชี้ ผกก.โจ้ อ้าง ม.65 ป่วยไบโพลาร์ หนีโทษไม่ได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก ผู้กำกับโจ้ ป่วยไบโพลาร์ หรือมีปัญหาทางจิต สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องรับผิดชอบอย่างไรที่ปล่อยให้รับราชการสูงระดับผู้กำกับการสถานีตำรวจ ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง กล่าวว่า ในทางแพ่ง ต้องย้อนไปดูสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการรับคนเข้ามารับราชการ ต้องมีการตรวจคัดกรองคุณสมบัติต่างๆ ย่อมไม่นำคนป่วยทางจิตมารับราชการอยู่แล้ว แต่ต่อมาหากคนเหล่านี้เกิดมีอาการทางจิตหลังเข้ามารับราชการแล้ว ต้องพิจารณาว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติรู้หรือไม่รู้ ว่าเขามีอาการทางจิต