กรมราชทัณฑ์ รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน ในวันนี้ไม่พบเรือนจำระบาดเพิ่ม ขณะที่ผู้ติดเชื้อรักษาหายแล้ว 91%

31 สิงหาคม 2564 เวลา 11.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 304 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 270 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 34 ราย) รักษาหายเพิ่ม 22 ราย เสียชีวิต 2 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 3,958 ราย (กลุ่มสีเขียว 87.9% สีเหลือง 11.5% และสีแดง 0.6%เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 417 ราย ปริมณฑล 552 ราย และต่างจังหวัด 2,989 ราย

 

นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ ไม่พบเรือนจำระบาดเพิ่ม ส่งผลให้สถานะเรือนจำไม่มีการเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ มีเรือนจำสีแดง 41 แห่ง เรือนจำสีขาวที่ไม่มีการแพร่ระบาด 101 แห่ง โดยมี ผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 52,447 ราย หรือ 91% ของผู้ติดเชื้อสะสม 57,638 ราย เสียชีวิตสะสม 123 ราย คิดเป็นอัตรา 0.2% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำกลางนครสวรรค์ 2 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง มีโรคประจำตัว และสูงอายุ แม้ว่าได้ดูแลรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ และส่งต่อการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป มา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรม ทางศาสนาตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย

 

นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอข่าวการติดเชื้อของผู้ต้องขังเรือนจำกลางอุดรธานี โดยมีผู้ต้องขังติดเชื้อ 174 ราย ตรวจเชื้อคนพ้นโทษ 120 ราย โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) มารับกักตัว นั้น ข้อเท็จจริงคือ เรือนจำกลางอุดรธานีได้ตรวจพบผู้ต้องขังติดเชื้อและมีการระบาดตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งกรมราชทัณฑ์ ได้นำเสนอข่าวรายงานสถานการณ์เรือนจำติดเชื้อไปแล้ว ปัจจุบันมีจำนวนผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น 174 ราย

กรมราชทัณฑ์ รายงาน สถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน

 

 

 

เป็นการติดเชื้อเฉพาะแดนหญิงเท่านั้น และส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยกลุ่มสีเขียว ไม่มีผู้ต้องขังเสียชีวิต ขณะนี้ ได้ดำเนินการคัดกรองและเอกซเรย์ปอดด้วยเครื่องเอกซเรย์พระราชทาน พร้อมประสานงานโรงพยาบาลแม่ข่าย และสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อควบคุมการระบาดอย่างเป็นระบบและผู้ต้องขังทุกรายได้รับการรักษาตามมาตรฐานและถูกต้องตามแนวทางสาธารณสุขเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ส่วนกรณีการปล่อยตัวผู้พ้นโทษ ทุกรายจะต้องได้รับการตรวจเชื้อและกักตัวตามมาตรการในการปล่อยตัวผู้พ้นโทษอย่างเคร่งครัด โดยหากผลตรวจเป็นบวกหรือพบเชื้อ จะได้รับการรักษาในโรงพยาบาลสนามภายในเรือนจำ แต่หากไม่ยินยอม จะได้รับการส่งต่อรักษาสถานพยาบาลภายนอก โรงพยาบาลสนามภายนอกเรือนจำ หรือศูนย์พักคอยของเรือนจำ (ระหว่างรอส่งต่อการรักษา หรือผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ) จนกว่าจะหาย

 

และหากไม่พบเชื้อจะได้รับการปล่อยตัว โดยแนะนำให้กักตัวต่ออีก 14 วัน ในสถานกักกันโรค Local Quarantine (LQ) ด้านนอกเรือนจำ หรือตามที่อปท.จัดไว้ ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาลแม่ข่าย สำนักงานป้องกันควบคุมโรค และสำนักงานสาธารณสุขในพื้นที่ โดยจะต้องไม่มีผู้พ้นโทษที่ยังติดเชื้อและได้รับการ ปล่อยตัวไปรักษาเองที่บ้าน (Home Isolation) โดยเด็ดขาด