นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก ร.ต.ท.หญิง ภัทรศยา ฤกษ์รัตน์ หรือ “หมวดไวกิ้ง” ตำรวจหญิงที่ทำหน้าที่ถือโทรศัพท์ให้ ผบ.ตร.ในช่วงที่มีการแถลงข่าวคดีผู้กำกับโจ้ จนได้รับกระแสโด่งดังช่วงข้ามคืน “ข่าวข้นคนข่าว” ส่งทีมข่าวไปสัมภาษณ์แบบเปิดใจกันชัดๆ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

หมวดไวกิ้ง เล่านาทีที่เข้าไปถือโทรศัพท์ให้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ว่า ในช่วงแรกของการแถลงข่าวตนเองไม่ทราบว่า ต้องไปทำหน้าที่ถือโทรศัพท์ให้กับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และต้องใกล้ชิดแบบนั้น เพราะมีพี่ตำรวจชายอีกท่านปฏิบัติหน้าที่จุดนี้อยู่ แต่เมื่อคืนเกิดเหตุขัดข้อง เนื่องจากไมค์ที่ใช้แถลงข่าวเกิดปัญหาขึ้น ผู้บังคับบัญชาจึงได้มอบหมายให้ตนเองเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา ตนจึงแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยวิธีการ นำโทรศัพท์ไปจ่อที่ไมค์แทน 


 

ส่วนประเด็นที่ตนเองกลายเป็นดังช่วงข้ามคืนนั้น มองว่า เป็นเพียงการทำหน้าที่และเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น และไม่ได้รู้สึกว่าตนเองโด่งดังอะไร จึงอยากจะโฟกัสที่การทำงานในฐานะตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมากกว่า 

 

 

ขณะที่กรณีดราม่าว่า ทำไมถึงต้องถือโทรศัพท์เอง ไม่ไปเอาขาตั้งโทรศัพท์มาใช้ หมวดไวกิ้ง บอกว่า ตนเองมองว่า หากแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าผ่านไปอย่างราบรื่น ก็คือ จบสิ้นภารกิจแล้ว 

แน่นอนว่า การเป็นคนดังในโลกออนไลน์เพียงข้ามคืน จะต้องเจอปมดราม่าจาก "เกรียนคีย์บอร์ด" ซึ่งมีบางคนที่แสดงความคิดเห็นถึงหมวดไวกิ้งในลักษณะคุกคามทางเพศ และการวิจารณ์ในแง่ลบ 

 

 

หมวดไวกิ้ง บอกว่า ตัวเองยังไม่เห็นข้อความเหล่านั้น แต่ก็มองว่า ใครจะกระทำอะไรก็เป็นสิทธิ์ส่วนตัวของเขา ตนขอเพียงทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และรู้ว่าตัวเราเองเป็นอย่างไร ถ้ามีข้อความอะไรไม่ดี ก็ไม่ต้องสนใจ เพราะมีสิ่งที่ต้องโฟกัสมากกว่านั้น

 


"ยังไม่ได้เห็นคอมเม้นเรานั้นแต่ก็มองว่าใครจะคอมเม้นท์อะไรก็เป็นสิทธิ์ของเขา แต่เราก็ทำหน้าที่ของเราและเราก็รู้ว่าตัวเราเป็นยังไง ถ้าคอมเม้นท์มันไม่ดี เราก็ไม่ต้องสนใจ ยังไงเราก็มีอะไรที่ต้องโฟกัสมากกว่าการเข้าไปอ่านคอมเม้น และยังไม่ได้กดเข้าไปดูเพราะว่า เมื่อคืนแถลงข่าวเสร็จก็ 23.00 น. กว่าจะถึงบ้านก็เที่ยงคืน ตนเพลียอาบน้ำนอนแล้วตื่นเช้ามาก็ทำงานเลยค่ะ"

ด้าน พลตำรวจตรี ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของหมวดไวกิ้ง บอกว่า เห็นผู้หมวดไวกิ้งมาตั้งแต่ตอนเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ประกอบกับเห็นแววและความสามารถที่สามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา และมีความสามารถในการประสานงานแต่ความสามารถด้านอื่นๆ จึงได้ชักชวนมาเป็นตำรวจติดตาม พร้อมกับช่วยประสานงานในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

 

 

นอกจากผู้หมวดไวกิ้งแล้ว ในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังมีตำรวจหญิงอีกหลายนายที่มีความสามารถ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องบุ๋นเท่านั้น บางคนก็มีความชำนาญเรื่องบู๊ด้วย โดยเฉพาะตำรวจหญิงที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะมีความสามารถหลายๆด้าน ทั้งงานสืบสวน สอบสวน หรือการใช้อาวุธ หรือแม้แต่กองร้อยน้ำหวานที่เรารู้จักกันและปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ที่มีการชุมนุม 

 

 

"มีหลากหลายครับ อย่างบางคนเขาก็ชำนาญในเรื่องการพูดการใช้อาวุธ มีเยอะแยะไปหมดเลย โดยเฉพาะน้องๆที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เขาฝึกมาในทุกมิติ บางคนเก่งงานสอบสวนบางคนเก่งงานสืบก็มี บางคนการใช้อาวุธการยิงปืนเก่งกว่าผู้ชายอีก โลกที่เปิดผมคิดว่ามันไม่ได้แยกกันที่เพศแล้ว ความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลักแล้วครับ อย่างน้องไวกิ้งให้เขาทำอะไรก็เหมือนจะเก่งได้ในทุกมิติ"

 

 

"ทีมข่าวข้นคนข่าว" ยังได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวข้องกับนายร้อยตำรวจหญิง โดยนายร้อยตำรวจหญิงรุ่นแรก เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี 2552 โดยมีนายร้อยตํารวจหญิงเข้าเรียนทั้งหมด 70 นาย เทียบรุ่นกับนายร้อยตำรวจที่มี ถือว่าเป็นรุ่นที่ 66 และมีนายร้อยตำรวจหญิงเรื่อยมาเป็นระยะเวลาทั้งหมด 10 ปี และมาสิ้นสุดในปี 2562 ในยุคของพลตำรวจเอก จักรทิพย์ชัย จินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (เรื่องนี้กลายเป็นดราม่าร้อนแรงในวงการสีกากีด้วย)

 

 


โดยมีการให้เหตุผลการยุบนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงว่า เป็นมติของกลาโหมและสภาการศึกษาโรงเรียนเตรียมทหารที่โรงเรียนเหล่าทุกเหล่าทัพ จะรับแต่นักเรียนเตรียมทหารเข้าเหล่าเท่านั้น ทำให้นายร้อยตำรวจหญิง ต้องถูกปิดรับอย่างถาวรตั้งแต่นั้นมา