ด้าน พลตำรวจตรี ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาของหมวดไวกิ้ง บอกว่า เห็นผู้หมวดไวกิ้งมาตั้งแต่ตอนเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจ ประกอบกับเห็นแววและความสามารถที่สามารถพูดได้ถึง 3 ภาษา และมีความสามารถในการประสานงานแต่ความสามารถด้านอื่นๆ จึงได้ชักชวนมาเป็นตำรวจติดตาม พร้อมกับช่วยประสานงานในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
นอกจากผู้หมวดไวกิ้งแล้ว ในรั้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังมีตำรวจหญิงอีกหลายนายที่มีความสามารถ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องบุ๋นเท่านั้น บางคนก็มีความชำนาญเรื่องบู๊ด้วย โดยเฉพาะตำรวจหญิงที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ จะมีความสามารถหลายๆด้าน ทั้งงานสืบสวน สอบสวน หรือการใช้อาวุธ หรือแม้แต่กองร้อยน้ำหวานที่เรารู้จักกันและปฏิบัติหน้าที่ในสถานการณ์ที่มีการชุมนุม
"มีหลากหลายครับ อย่างบางคนเขาก็ชำนาญในเรื่องการพูดการใช้อาวุธ มีเยอะแยะไปหมดเลย โดยเฉพาะน้องๆที่จบจากโรงเรียนนายร้อยตำรวจ เขาฝึกมาในทุกมิติ บางคนเก่งงานสอบสวนบางคนเก่งงานสืบก็มี บางคนการใช้อาวุธการยิงปืนเก่งกว่าผู้ชายอีก โลกที่เปิดผมคิดว่ามันไม่ได้แยกกันที่เพศแล้ว ความสามารถเฉพาะตัวเป็นหลักแล้วครับ อย่างน้องไวกิ้งให้เขาทำอะไรก็เหมือนจะเก่งได้ในทุกมิติ"
"ทีมข่าวข้นคนข่าว" ยังได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวข้องกับนายร้อยตำรวจหญิง โดยนายร้อยตำรวจหญิงรุ่นแรก เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี 2552 โดยมีนายร้อยตํารวจหญิงเข้าเรียนทั้งหมด 70 นาย เทียบรุ่นกับนายร้อยตำรวจที่มี ถือว่าเป็นรุ่นที่ 66 และมีนายร้อยตำรวจหญิงเรื่อยมาเป็นระยะเวลาทั้งหมด 10 ปี และมาสิ้นสุดในปี 2562 ในยุคของพลตำรวจเอก จักรทิพย์ชัย จินดา อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (เรื่องนี้กลายเป็นดราม่าร้อนแรงในวงการสีกากีด้วย)
โดยมีการให้เหตุผลการยุบนักเรียนนายร้อยตำรวจหญิงว่า เป็นมติของกลาโหมและสภาการศึกษาโรงเรียนเตรียมทหารที่โรงเรียนเหล่าทุกเหล่าทัพ จะรับแต่นักเรียนเตรียมทหารเข้าเหล่าเท่านั้น ทำให้นายร้อยตำรวจหญิง ต้องถูกปิดรับอย่างถาวรตั้งแต่นั้นมา