เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ให้มุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับกรณีตำรวจติดตาม ซึ่งกลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในแวดวงตำรวจไทย เพราะมีตำรวจหลายคนอยากจะวิ่งไปอยู่กับนาย เพราะงานสบาย ตำแหน่งเติบโต จนกลายเป็นความเหลื่อมล้ำวงการสีกากีไทย

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

พันตำรวจเอก วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร อดีตรองผู้บังคับการจเรตำรวจ และเลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม บอกกับ "เนชั่น ทีวี" ว่า กรณีการขอตำรวจไปช่วยงาน หรือไปทำหน้าที่ "ตำรวจรักษาความปลอดภัย" ถือว่า เป็นเรื่องที่เอาเปรียบมาก เพราะไม่มีระเบียบไหนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่บอกว่า สามารถขอตำรวจไปทำงานอื่นที่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ให้กับประชาชน 

 

 

หากสังเกตดีจะพบว่า ตำรวจที่มาทำหน้าที่ติดตาม หรือรักษาความปลอดภัยตำรวจผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่ล้วนแต่ถูกดึงชื่อจากจากโรงพักมาช่วยงานแทบทั้งนั้น บางคนมาเป็นพลขับ มาเฝ้าบ้าน ทั้งบ้านพักในกรุงเทพ หรือบ้านพักต่างจังหวัด หรือมีหน้าที่ไปรับส่งลูกนาย ซึ่งตำรวจผู้ใหญ่ที่จะมีตำรวจติดตามเหล่านี้ได้ ต้องขึ้นอยู่กับ "พาวเวอร์" ของแต่ละคน เพราะต้องใช้การขอตัวกันแทบทั้งสิ้น ยกตัวอย่าง ตำรวจที่ไปทำหน้าที่พลขับให้กับนายตำรวจใหญ่ๆ จริงแล้ว ตำรวจใหญ่จะไม่มีพลขับประจำตัว จะมีแค่ประจำหน่วยงาน ขับรถหลังประจำตำแหน่ง และทำงานตามเวลาราชการเท่านั้น 

 

 

แต่ทุกอย่างก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนกัน อย่างตำรวจที่ขอไปติดตามนายทำหน้าที่ต่างๆ ก็จะมีผลตอบแทน เช่น เลื่อนยศ เลื่อนขั้น และส่วนใหญ่ที่ตามนาย มักจะได้เลื่อน 2 ขั้นเสมอ แถมยังมีเงินพิเศษที่เจ้านายให้ประจำเดือนอีก เป็นใครจะไม่ไปทำ ซึ่งเรื่องนี้กลายเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นในแวดวงตำรวจไทย เพราะมีตำรวจหลายคนอยากจะวิ่งไปอยู่กับนาย เพราะงานสบาย ตำแหน่งเติบโต 

พันตำรวจเอก วิรุตม์ ทิ้งท้ายอีกว่า แต่สิ่งที่แย่กว่านั้นก็คือ มีการออกระเบียบที่ให้นายตำรวจยศตั้งแต่ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไป สามารถมีนายตำรวจติดตามได้ 2 - 3 คน ซึ่งตนขอถามว่า มันสมควรหรือไม่ที่มีการออกกฎระเบียบอะไรแบบนี้ ส่วนอีกกรณีก็คือ พวกบิ๊กตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้ว ยังกล้ามาขอโควต้าตำรวจติดตาม ไปคอยดูแลส่วนตัวอีก บางคนเวลาไปไหนมาไหน ยังต้องมีรถติดไซเรนคอยเปิดทางให้อีก ถือว่าเป็นเรื่องที่แย่มากๆสำหรับวงการตำรวจไทย