คลิปเหตุการณ์ที่ตำรวจระดับผู้กำกับการสถานี ลงมือก่อเหตุทำร้ายผู้ต้องหาคดียาเสพติด โดยการเอาถุงคลุมศีรษะจนเสียชีวิต ซึ่งรูปแบบการสืบสวนสอบสวนแบบนอกกฎหมายแบบนี้ มีอยู่ในตำราสีกากีไทยหรือไม่ และจุดเริ่มต้นมายังไง มีรูปแบบอะไรบ้าง

พันตำรวจเอก วิรุตม์ ศิริสวัสดิบุตร เลขาธิการสถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม บอกกับ "เนชั่น ทีวี" ว่า การกระทำในลักษณะนี้ ไม่เรียกว่า การสอบสวนผ็ต้องหา และผิดกฎหมายทุกขั้นตอน ถือว่าเป็นการก่ออาชญากรรมสืบสวนสอบสวนมากกว่า เพราะการสอบสวนที่ถูกต้องต้องเป็นไปตามกฎหมาย ป.วิอาญา

 

 

แต่สิ่งที่น่ากังวล ก็คือ พฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรงของเจ้าหน้าที่ยังคงมีอยู่แทบทุกที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นการสืบทอดพฤติกรรมต่อกันมา เป็น "มรดกปีศาจ" ตั้งแต่สมัยยุคฆ่าตัดตอน จึงทำให้ตำรวจติดนิสัยทารุณกรรมผู้ต้องหา เพื่อต้องการรีดเอาข้อมูล และนำไปขยายผลการสืบสวนสอบสวน โดยเฉพาะคดียาเสพติด จะมีช่องว่างที่ตำรวจสามารถคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบสวนตามสถานที่อื่นๆที่ไม่ใช่โรงพัก หรือที่นิยมเรียกว่า "เซฟเฮ้าส์" ซึ่งปกติแล้ว การควบคุมตัวผู้ต้องหา หากจับกุมตัวได้พื้นที่ไหนก็ต้องนำตัวส่งพนักงานสอบสวนในพื้นที่นั้น เจ้าหน้าที่ชุดที่ตามไปจับกุมไม่มีอำนาจสอบสวนเอง

พันตำรวจเอก วิรุตม์ ยังบอกอีกว่า ส่วนรูปแบบการทารุณกรรมเพื่อรีดเบาะแสจากผู้ต้องหามีหลายวิธีมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้สมุดโทรศัพท์ฟาดไปตามร่างกาย (สมัยก่อนจะเห็นสมุดโทรศัพท์เล่มใหญ่ๆวางอยู่ตามห้องตำรวจสืบสวน) การใช้ความร้อนลนไปที่อวัยวะเพศ การเตะหรือถีบ หรือแม้แต่การนำตัวผู้ต้องหาใส่เข้าไปในถังน้ำมัน 200 ลิตร และนำน้ำแข็งก้อนใหญ่ๆมาแช่น้ำไว้ให้ทรมาน รวมถึงการใช้พฤติกรรมสุดแปลกแบบที่เจ้าหน้าที่จะคิดได้ เช่น การถอดเสื้อผ้าออก ก่อนจะเอาเชือกผูกกับอวัยะเพศ และนำเชือกไปผูกกับพัดลมเพดาน  เอาน้ำเย็นกรอกปากให้กินน้ำเข้าไปจำนวนมากๆ ซึ่งทั้งหมดจะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ที่ทำการสอบสวน

 

 

แต่ในยุคหลังมีการนำแพทย์เข้ามาเกี่ยวข้องในขบวนการสอบสวน ฉะนั้น การใช้วิธีทารุณกรรมที่ทำให้มีร่องรอยการถูกทำร้าย จึงไม่เป็นที่นิยม แต่จะใช้วิธีทรมานทางจิตวิทยา เช่น การเอาถุงดำคลุมหัว การปล่อยให้นั่งในห้องคนเดียวเป็นเวลานานๆ หรืออาจจะมีเจ้าหน้าที่คอยเดินไปมาให้เกิดความรำคาญ การใช้มือลูบหัว การสอบปากคำเป็นเวลานานๆ ไม่ให้ผู้ต้องหาพักผ่อน การให้นั่งใต้เครื่องปรับอากาศที่ปรับให้ความเย็นสูงสุด และกระแสลมตกลงศีรษะ

 

 

สำหรับ สถานที่ก็มีทั้งแบบอินดอร์ และเอ้าท์ดอร์ แบบเอ้าท์ดอร์ ก็คือ ตามทุ่งนา ป่า สวน ซึ่งวิธีนี้อาจจะถึงขั้นหายสาบสูญไปได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบอินดอร์ สถานที่ที่ใช้ ถ้าไม่ใช่ "เซฟเฮ้าส์" ก็จะเป็น "ห้องตำรวจสืบสวน" ซึ่งสังเกตได้ง่าย เช่น จะมีความลึกลับ ตั้งอยู่นอกโรงพัก ตั้งอยู่ในมุมลับตา ภายในห้องจะเก็บเสียงออกไปยังด้านนอก และมีการติดฟิล์มดำ ป้องกันคนข้างนอกมองเห็น      

 

นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้พูดคุยกับอดีตตำรวจสันติบาล และเคยทำงานด้านสืบสวนชื่อดังคนหนึ่ง ซึ่งหากบอกชื่อไปรู้จักกันแน่นอน เขาบอกว่า จากที่ตนเองได้ดูคลิปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บอกได้เลยว่า คนที่ก่อเหตุยังขาดประสบการณ์ในการทารุณกรรมผู้ต้องหา เพราะถ้าคนที่ทำเป็นจะรู้จังหวะผ่อนเบา หรือจังหวะที่ควรทำ ซึ่งกรณีนี้เห็นได้ชัดว่า ตำรวจที่อยู่ในคลิปต้องการทรมานเพื่อเรียกเงิน ไม่ได้หวังจะเอาชีวิต เพราะถ้าต้องการเอาชีวิตผู้ต้องหาคงไปกระทำตามป่าเขาแทน แต่วิธีการทำแบบนี้ ตำรวจสายสืบรู้กันดีหมด แถมตนยังรู้ว่า ตำรวจคนที่ก่อเหตุเป็น "พ่อบ้าน" ให้ตำรวจภาค 6 อีกด้วย ฉะนั้น เวลาเขาทำอะไรก็จะไม่ค่อยสนใจอะไรเท่าไหร่