นอกจากนี้เป็นมือแก้ต่างคดีอาญาให้กับข้าราชการทั่วประเทศที่ถูกฟ้องเพราะปฏิบัติราชการตามหน้าที่ จึงมีความเหมาะสม เเละประสบการณ์การทำงานที่จะคุมสำนักงานคดีอาญาซึ่งเเบ่งๆเป็น 12 กองงาน
มีคดีใหญ่สำคัญต้องรับผิดชอบเข้าในพื้นที่สำคัญจาก สถานีตำรวจในพื้นที่ตอนเหนือเป็นพื้นที่หลัก รวมถึงรับคดีจากกองปราบปรามเข้ามาพิจารณาสั่งคดีนอกจากนี้นายอิทธิพรมีคิวที่จะขึ้นถึงอัยการสูงสุดในอนาคตด้วย
นายธรัมพ์ ชาลีจันทร์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.) อดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดขยับขึ้นเป็นอธิบดีอัยการสำนักงาน ก.อ.ซึ่งถือเป็นงานบริหารงานบุคคลของข้าราชการอัยการทั้งหมด มีบทบาทสำคัญการดูเสนอบัญชี แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการทั่วประเทศ
สำหรับนายธรัมพ์ ที่ได้ขยับขึ้นในสำนักงานเดิมหมายถึงได้รับความเชื่อใจจากผู้บริหารในการจัดบัญชีเเต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการอัยการด้วยความเป็นธรรมเเละเหมาะสม นอกจากนี้ยังเคยเป็นโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดมาก่อนนี้ด้วย
นายชาญชัย ชลานนท์นิวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญา เเละรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ขยับขึ้นเป็นอธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญาพระโขนง
นายวิรุฬห์ ฉันท์ธนนันท์ รองอธิบดีอัยการ สำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งเคยเป็นเจ้าของสำนวนคดี กปปส.ที่ศาลอาญาพิพากษาลงโทษเเกนนำหลายคนขึ้นเป็น อธิบดีอัยการสำนักงานคดีเศรษฐกิจและทรัพยากร
นอกจากนี้ยังมีการแต่งตั้งโยกย้ายระดับอธิบดีอัยการสำคัญคือ น.ส.นารี ตันฑเสถียร อธิบดีอัยการสำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย และนายพรชัย ชลวาณิชกุล อธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ซึ่งทั้ง2คนเป็น ก.อ.ยังอยู่ในตำเเหน่งเดิม จึงไม่มีชื่ออยู่ในบัญชีเเต่งตั้งโยกย้ายครั้งนี้ ทั้งนี้น.ส.นารีมีคิวที่จะขึ้นเป็น อสส.หญิงคนเเรกของประเทศ ต่อจากนายสิงห์ชัย ทนินซ้อน ว่าที่ อสส.คนต่อไป
สำหรับตำแหน่งระดับรองอธิบดีอัยการที่น่าสนใจ นายโกศลวัฒน์ รองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต ภาค 9 เป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีศาลเเขวง
สำหรับนายโกศลวัฒน์ เคยดำรงตำเเหน่งผู้อำนวยการสำนักกิจการและโครงการในพระดำริพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา สำนักงานอัยการสูงสุด บทบาทที่ผ่านมาของนายโกศลวัฒน์ ถือเป็นรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดที่มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการทำงานช่วยเหลือสังคมและผู้ด้อยโอกาสมาโดยตลอด โดยการสนับสนุนผู้บำเพ็ญประโยชน์ด้วยการมอบรางวัล “คนดีที่เรายกย่อง”
เคยออกหน้าประสานงานด้านกฎหมายช่วยเหลือน้องปาล์ม เด็กหญิงที่โดนรถของรพ.แห่งหนึ่งชนจนพิการตลอดชีวิต ซึ่งภายหลังชนะคดีได้รับค่าเสียหายตามคำพิพากษาของศาล เมื่อตอนโดนย้ายไปเป็นรองอธิบดีภาค9 ก็ได้รับเเต่งตั้งให้เป็นโฆษกอัยการปราบปรามทุจริตภาค 9 เเถลงผลงานการดำเนินคดีทุจริตฯในภาค พร้อมให้ความรู้กฎหมายประชาชนเเละข้าราชการเกี่ยวกับคดีทุจริตฯเพื่อเป็นเเนวทางในการปฏิบัติไม่ให้ต้องคดี ซึ่งได้รับการตอบรับชื่นชม
นายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นรองอธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ
สำหรับนายประยุทธ มีบทบาทเป็นที่รู้จักในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยกาาสูงสุด โดยนั่งตำเเหน่งในทีมโฆษกมายาวนานถึง 3 สมัยรวม 6 ปีรับหน้าที่เเถลงข่าวคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนเเละคดีใหญ่สะเทือนขวัญสำคัญหลายคดี
จากที่เข้ามาดูคดีพิเศษ เเละเติบโตเป็นระดับรองอธิบดีที่สำนักงานนี้เเสดงว่าได้รับไว้เนื้อเชื่อใจจากผู้บริหาร เพราะสำนักงานคดีพิเศษเป็นสำนักงานที่รับพิจารณาสำนวนคดีของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ และคดีป้องกันและปราบ ปรามการฟอกเงิน หรือปปง.ซึ่งรวมถึงคดีการเมืองเเละการชุมนุมของม็อบการเมืองต่างๆ สำนักงานดังกล่าวจึงมีบทบาทสำคัญ
นายประยุทธ จบหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 59 จากวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร เคยดำรงตำแหน่งอัยการจังหวัดหลายจังหวัด เช่น สมุทรปราการ สระบุรี อัยการจังหวัดคดีศาลแขวงอุบลราชธานี แล้วขยับเป็นตำอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการอยู่ 4 ปี ก่อนจะเลื่อนเป็นอัยการพิเศษฝ่ายสำนักยุทธศาสตร์และงบประมาณ รับผิดชอบการบริหารจัดการด้านอาคารและที่ดินของสำนักงานอัยการสูงสุด
นอกจากนี้ยังได้รับแต่งตั้งจาก รมว.ยุติธรรมให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ของกระทรวงยุติธรรม และเป็นประธานพัฒนากฎหมายและอนุกรรมการพัฒนากฎหมายของหน่วยราชการอีกหลายคณะ
นายธีรวัฒน์ พุฒิบูรณวัฒน์ เลขานุการอัยการสูงสุด เป็นรองอธิบดีเเรงงานภาค2 สำหรับนายธีรวัฒน์ เป็นพนักงานอัยการรุ่น 100 ปีและเป็นนักศึกษา วปอ. รุ่นที่ 59 รุ่นเดียวกันกับนายประยุทธ เพชรคุณ ผลงานที่โดดเด่นเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนจนเกิดสำนักงานเลขาธิการสำนักงานอัยการสูงสุดและเป็นผู้มีส่วนสำคัญในคณะทำงานด้านยุทธศาสตร์และงบประมาณจนสำนักงานอัยการสูงสุด ได้รับจัดสรรงบประมาณบรรลุวัตถุประสงค์ตามนโยบายของสำนักงานอัยการสูงสุดอย่างยอดเยี่ยมถึงสองปีซ้อน
ในส่วนระดับฝ่ายที่น่าสนใจ นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อัยการพิเศษฝ่ายการสอบสวน 2 ยังอยู่ตำเเหน่งเดิมถือเป็นอัยการมือสอบสวน ฝีมือดี เคยได้รางวัลอัยการดีเด่นจบหลักสูตรเอฟบีไอ จากสหรัฐ ฯ รุ่นเดียวกับ ‘บิ๊กดำ’ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีดีเอสไอ โดยมีผลงานสมัยอยู่สอบสวนลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายเเดนลุยคดีปล้นปืน ล่าสุดได้รับคำสั่งให้ร่วมสอบสวนคดี ฟอกเงิน สหกรณ์รถไฟ หลังดีเอสไอร้องขอ ซึ่งนายวัชรินทร์มีคิวขึ้นระดับ รอง อธ.ปี65
ระดับอัยการอาวุโสที่น่าสนใจ อาทิ เรือโทสมนึก เสียงก้อง อัยการอาวุโสสำนักงานคดีอาญา 1 ซึ่งเคยเป็นอดีตโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานคดีพิเศษ 1
นางอินทรานี สุมาวงศ์ อัยการอาวุโสสำนักงานคดีภาษีอากร เป็นอัยการอาวุโสสำนักงานต่างประเทศ ซึ่งเดิมนั้นนางอินทรานีเคยตกเป็นข่าวดังในคดีที่ถูก พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจ จำเลยในคดีลักพาตัวนายโมฮัมหมัด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบียที่ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง ร้อง อสส.ว่า เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการนำพ.ต.ท.สุวิชชัย แก้วผลึก พยานปากเอกในคดีดังกล่าว หนีหมายจับในคดีฆ่าผู้อื่นที่ศาลจังหวัดมีนบุรีตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิต เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือยูเออี
ส่วนบัญชีอาวุโสที่แต่งตั้งใหม่ที่น่าสนใจได้เเก่ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด(อสส.) คนปัจจุบันที่นั่งในตำเเหน่ง 2 ปีเป็นอัยการอาวุโสสำนักงานอัยการสูงสุด
นายชัชชม อรรฆภิญญ์ รอง อสส. เป็นอัยการอาวุโสสำนักงานวิชาการ
โดยหลังจากนี้จะมีการนำเสนอเพื่อโปรดเกล้าฯเเต่งตั้งให้มีผลวันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไป