ขณะที่ประเด็นข้อสงสัยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม แต่ทำไมถึงมีการปล่อยให้เวลาล่วงเลยมาถึง 2 สัปดาห์ อาจจะมีการช่วยเหลือกันหรือไม่ หรือเป็นการประวิงเวลาให้หลบหนี หรือที่เรียกว่า "ปล่อยม้าวิ่ง"
คุณสันธนะ บอกว่า เรื่องการปล่อยม้าวิ่งนั้น ตนสังเกตว่า มีอะไรหลายอย่างที่ผิดปกติ และมีความเป็นไปได้ว่า อาจจมีการประวิงเวลาเพื่อให้ตัวคนก่อเหตุไปทำการ "เคลียร์" และยัดเงินให้กับญาติของผู้เสียชีวิต ซึ่งผู้บังคับบัญชาที่สูงกว่าผู้กำกับโจ้ ก็ต้องรู้ว่า มีคนตายในโรงพัก น่าจะรู้อยู่แล้วว่า ไม่ใช่อยู่ๆจะเป็นลมเสียชีวิต ซึ่งคาดว่า จะมีการจัดการและเปลี่ยนแปลงแก้ไข เพื่อให้เรื่องผ่านไป
ส่วนเรื่องของผลประโยชน์ แน่นอนว่า ปกติก็ไม่มีใครช่วยกันแบบปากเปล่าอยู่แล้ว ส่วนคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 ที่สั่งย้ายให้ออกจากพื้นที่ไปก่อน ตนดูออกว่า มีพิรุธในการสั่งย้าย เนื่องจากตัวผู้ก่อเหตุมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับผู้ออกคำสั่งย้าย
"มันพิรุธไหมในเมื่อทุกคนก็ทราบว่า ตัวผู้ก่อเหตุมีความใกล้ชิดผู้บังคับบัญชาระดับผู้ที่ออกคำสั่งคนนี้เลย แล้วมันเป็นการช่วยเหลือไหมเขาก็ต้องมอง เขาคุยกันได้ทุกเรื่องและเรื่องแบบนี้ก็คงมีการปรึกษากันเรียบร้อยแล้ว แน่นอนเหตุที่เขากล้าออกคำสั่งแบบนี้ในเมื่อโจทย์อ่อน คือทางครอบครัวผู้เสียชีวิต ก็อย่างที่ออกมาให้สัมภาษณ์ คืออย่างแรกนะถ้ามีเรื่องแบบนี้คุณต้องเคลียร์ผู้เสียหายก่อน ถ้าคุณคุยผู้เสียหายไม่จบแน่นอนมันทำได้ไหม เขามั่นใจในเมื่อเขามั่นใจว่าคุยผู้เสียหายจบ เพราะฉะนั้นในเรื่องของขบวนการทางราชการก็ง่ายแล้ว มันก็เป็นรูปแบบและเป็นแพทเทิร์นเดิมๆ แบบนี้ในหลายๆคดี"
ส่วนข้อสงสัยถึงสาเหตุการเสียชีวิตที่แพทย์ระบุว่า เกิดจากการเสพยาเกินขนาด จะมีการล็อบบี้ให้แพทย์ลงบันทึกสาเหตุการเสียชีวิตหรือไม่ ตนมองว่า การทำงานกันในลักษณะที่เป็นการร่วมมือขององค์กร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ข้อมูลกับแพทย์ว่า เสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาด และประกอบกับผู้ต้องหาเป็นผู้ค้ายาเสพติด จึงทำให้แพทย์เชื่อได้ง่าย เพราะเจ้าหน้าที่คงไม่ระบุลงไปว่า ใช้ถุงคลุมหัวจนทำให้เสียชีวิต เช่นเดียวกับคดีอื่นๆในอดีตที่อาจจะมีการกระทำในลักษณะนี้เหมือนกัน
ส่วนอีกหนึ่งประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ก็คือ กรณีที่ดาราสาวชื่อดังออกมาเปิดเผยข้อความสนทนาที่เกี่ยวโยงไปถึงประเด็นที่มีการซุกเงินจำนวนกว่า 230 ล้านบาทไว้ที่นอมินีนั้น คุณสันธนะ บอกว่า เป็นเรื่องที่ไม่แปลก เนื่องจากธุรกิจที่ทำอาจจะเป็นเรื่องลำบาก หรืออาจจะเป็นเรื่องที่สามารถตรวจสอบได้ ฉะนั้น หากใช้ชื่อตัวเอง ถือเงินเป็นจำนวนมาก ก็อาจถูกตรวจสอบได้ ซึ่งจะต้องใช้นอมินี มาถือเงินให้แทน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในวิธีที่คนทำธุรกิจรถหรู มักจะใช้กัน เพื่อพลิกแพลงในการทำเรื่องอื่นๆต่อไป
หลังจบการสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกับคุณสันธนะ ทีมข่าวได้พยายามโทรศัพท์ติดต่อไปยังเบอร์ของผู้กำกับโจ้ แต่ปรากฎว่า ตอนนี้ไม่สามารถติดต่อผู้กำกับโจ้ที่เบอร์นี้ได้แล้ว