“สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข” ชี้เหตุคลุมหัว รีดเงินคดียาเสพติด ฝีมือ “ผู้กำกับโจ้” จ่อลงนามไล่ออก รอ “สุชาติ ธีระสวัสดิ์ - วิสนุ ปราสาททองโอสถ” ส่งสรุปข้อเท็จจริงก่อนดำเนิน วินัย อาญา 14 ผู้ร่วมก่อกรรม แจ้งปิดทุกช่องหลบหนี ขยายผลสืบอดีต เส้นทางเงิน เผยเศร้า ชี้อุทาหรณ์ ผลกรรม

จากกรณี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล ผู้กำกับการ(ผกก.) สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ “ผู้กำกับโจ้ เฟอรารี”  ซึ่งถูกตั้งคณะกรรมการสอบเรื่องการข่มขู่ รีดไถเงินจากผู้ต้องหา คดียาเสพติด 2 ล้านบาท พร้อมลงมือใช้ถุงคลุมศรีษะจนผู้ต้องหาเสียชีวิต ถูกบันทึกภาพ นำมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ 

 

วันที่ 24 สิงหาคม 2564 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) นัดสื่อเปิดใจ โดยระบุว่า หลังจากที่ทาง พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. และพล.ต.อ.วิสนุ ปราสาททองโอสถ จเรตำรวจแห่งชาติ(จตช.)ลงไปตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวตั้งแต่ก่อนหน้านี้ บวกกับคลิปดังกล่าวที่มีการเผยแพร่ จึงเตรียมจะลงนามให้ “ผู้กำกับโจ้” ออกจากราชการไว้ก่อน ขณะนี้รอเพียงการทำรายงานและเอกสารทางธุรการเท่านั้น โดยยืนยันว่า เรื่องที่เกิดขึ้นจะต้องทำให้จบภายในวันนี้ และไม่ใช่เพียงตัวของผู้กำกับโจ้เท่านั้น ยังรวมถึงผู้ร่วมในเหตุการณ์อีก 13 นาย จะมีคำสั่งอื่นๆ ออกมาหลังจากนี้

 

ส่วนเรื่องคดีอาญา เนื่องจากภาพจากกล้องวงจรปิดและข้อมูลรายงานจาก รอง ผบ.ตร. ที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยาน หลักฐาน หากพบว่ามีความผิดจริงชัดเจน ก็จะเรียกตัวมารับทราบข้อกล่าวหาทันที ไม่เอาไว้

กรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่า ผู้กำกับโจ้และพวกอาจหลบหนี ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ,สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) และกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (บช.ภ.6) ติดตามตัวอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการหลบหนีออกนอกพื้นที่ได้  นอกจากนี้ยังให้จเรตํารวจแห่งชาติ ตรวจสอบประวัติการร้องเรียนในอดีตของผู้กำกับและทีมงานว่า มีพฤติการณ์เป็นอย่างไร รวมถึงสืบต่อลงไปยังเส้นทางการเงินและที่มาของเงินทั้งหมดที่ผู้กำกับโจ้ใช้จ่าย

 

สำหรับ การคุ้มครองพยานในคดี โดยเฉพาะตำรวจที่นำคลิปมาเปิดเผย ตามปกติแล้วพยานในคดีจะมีมาตรการในการคุ้มครองดูแลพยานอยู่แล้ว จึงขอให้ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง ซึ่งเรื่องดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ค่อนข้างไม่สบายใจกับคลิปวีดีโอที่เผยแพร่ออกไป และได้สั่งการให้ตรวจสอบเรื่องราวอย่างตรงไปตรงมา พร้อมดำเนินการกับผู้ที่กระทำความผิดตามขั้นตอนโดยไม่ละเว้น

ทั้งนี้ ผบ.ตร. ยังเปิดใจหลังจากได้เห็นภาพคลิปดังกล่าว รวมถึงกระแสวิจารณ์ที่อาจเป็นการทำลายภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นต่อข้าราชการตำรวจว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าเสียใจเพราะมีผู้สูญเสีย และฝากเป็นอุทาหรณ์ให้กับข้าราชการตำรวจทุกนาย ซึ่งมีกว่า 2 แสนกว่านายให้ดูไว้เป็นตัวอย่าง ทำอะไรผลที่ตามมามันรุนแรงกว่าที่คิดไว้ และต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีทางหนีพ้นได้ รวมทั้งยอมรับว่ากระทบต่อภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจทุกนาย

 

คดีนี้ยืนยันว่านิ้วไหนที่เสียก็ต้องตัดทิ้งไม่ละเว้น เพื่อให้คนอื่นๆ เดินต่อได้ แต่ก็เชื่อว่าตำรวจที่ดีก็ยังมีอยู่ คนเลวๆ ที่ทำไม่ดีก็ต้องรับผลกรรมที่ทำเอาไว้ เราไม่สามารถเอาคนแบบนี้ไว้ได้

"ฝากเป็นอุทาหรณ์ให้กับเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกนาย ซึ่งมีกว่า 2 แสนกว่านาย ให้ดูไว้เป็นตัวอย่าง ทำอะไรผลที่ตามมามันรุนแรงกว่าที่คิด และก็ต้องยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่มีทางหนีพ้นได้"