บทวิเคราะห์ของตาฟัดซวา มากังก้า เรื่องการประท้วงของเยาวชนต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและการพัฒนาในแอฟริกาแนวโน้มของความขัดแย้งปี 2020 กล่าวไว้ว่าแอฟริกาถือเป็นทวีปที่มีประชากรวัยรุ่นมากที่สุดในโลกโดยเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์มีอายุต่ำกว่า 25 ปีแต่ก็เป็นกลุ่มที่ตกงานถึง 13 เปอร์เซ็นต์และร้อยละ 60 มองว่ารัฐบาลล้มเหลวในการตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ ผลักดันให้พวกเขาเข้าร่วมการประท้วงเพื่อหวังเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ขับไล่รัฐบาลที่ไม่สามารถแก้ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชน โดยเฉพาะรัฐบาลเผด็จการ
นับตั้งแต่เกิดคลื่นการปฏิวัติ การเดินขบวนและการประท้วงซึ่งเกิดขึ้นในโลกอาหรับหรือที่เรียกว่าอาหรับสปริงในปี 2010 เยาวชนหลายประเทศในแอฟริกาได้ลุกขึ้นต่อสู้กับเผด็จการเพื่อยับยั้งการสืบทอดอำนาจเช่นการขยายเวลาในการอยู่ในตำแหน่ง ขาดความโปร่งใสในการเลือกตั้งและนโยบายเศรษฐกิจและสังคมที่ล้มเหลว เยาวชนในหลายประเทศประสบความสำเร็จในการขับไล่ผู้นำ แต่ไปไม่สุดทางเพราะหลังจากได้รัฐบาลใหม่ก็ยังไม่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองอย่างเป็นระบบ ยกเว้นซูดานซึ่งหลังการล่มสลายของผู้นำอย่าง "โอมาร์ อัล บาชีร์" ในเดือนเมษายน 2019 ผู้ประท้วงสามารถนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมกับกองทัพ และมีโรดแม็พสำหรับการจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนผ่านการเลือกตั้ง จนได้รับการชื่นชมว่าเป็นก้าวย่างที่สำคัญสำหรับการเคลื่อนไหวอย่างมีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งเผด็จการและมีรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย