แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความตน ตนพาตำรวจไปยังบ้านเขา ไปพบน้องชายเขา พบตัวเขา แต่ตำรวจก็ไม่จับกุมเขา และที่สำคัญตนทราบมาว่า เขาทำเช่นนี้กับผู้หญิง 7 – 8 คนแล้วที่ตกเป็นเหยื่อ แต่เขายังลอยนวลอยู่ได้ ตนยืนยันจะเอาความผิดให้ถึงที่สุด และขอยืนยันว่าตนถูกบังคับข่มขืน มีพยานรู้เห็นแต่ไม่มีใครกล้าช่วย เพราะเขากลัวติดเชื้อโควิด-19 ตนยอมรับว่าตำรวจให้เงิน 500 บาท แทนการรับแจ้งความและแนะนำให้เดินทางกลับบุรีรัมย์ ตนจึงไปแจ้งความที่จังหวัดบุรีรัมย์ การมาวันนี้เพื่อยืนยันเอาผิดหนุ่มอสูรกาย เพื่อไม่ให้ไปทำกับคนอื่นอีก
ด้าน พลตำรวจตรี สันติ เหลาประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในเรื่องแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความตั้งแต่แรกนั้น ย่อมเป็นความผิด ตนจะได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยพนักงานสอบสวนที่เข้าเวรในวันนี้ขณะที่น้องเขามาแจ้งความ ยืนยันจะลงโทษตามวินัยของกรมตำรวจ และในเรื่องการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงบ้านเพื่อไปเป็นพยานกับสาวบุรีรัมย์ ที่แจ้งความร้องทุกข์พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปบ้านผู้ต้องสงสัยนั้น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการจับกุมได้ทันทีเพราะจะต้องผ่านกระบวนการสอบสวน สืบสวน มีพยาน มีหลักฐานก่อน เพราะไม่ใช่การกระทำความผิดซึ่งหน้า เพราะเจ้าหน้าที่อาจจะโดนข้อหาบุกรุกได้ ส่วนของผู้ต้องหาได้ไปเชิญตัวมาและตำรวจการตรวจสอบพบว่าเสพยาเสพติด จึงควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนหัวค่ำ โดยผู้ต้องหายังไม่เคยถูกจับมาก่อน แต่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด แต่ตนยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่เป็นผู้เสียหาย จะได้เร่งสอบสวนดำเนินคดีโดยเร็ว
โดย - พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์