ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ พลตำรวจตรี สันติ เหล่าประทาย รุดมาประชุมเครียด ยืนยันเอาผิดพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความประชาชนผู้ที่ถูกกระทำอย่างรุนแรง ในกรณีสาวบุรีรัมย์ ถูกหนุ่มเบญจลักษ์ ปลอมโฟรไฟล์ลงแฟสบุค ก่อนหลอกมาข่มขืนถึงบ้านเรือน

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

บ่ายของวันที่ 20 สิงหาคม 2564 ที่ สถานีตำรวจภูธรเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ พลตำรวจตรี สันติเหลาประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมาประชุมพนักงานสอบสวน ผู้กำกับ สภ.เบญจลักษ์ จากกรณี นายณัฐพล หรือ นัฐ เผื่อแผ่ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 397 บ้านไผ่ - หนองแคน หมู่ที่ 2 ตำบลหนองฮาง อำเภอเบญจลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เรียนจบชั้นประถมปีที่ 6 มีอาชีพรับจ้างกรีดยางอยู่ในเขตอำเภอเบญจลักษณ์ เมื่อสองเดือนที่แล้วได้ทดลองทำ Facebook ตั้งชื่อโปรไฟล์ตนเองชื่อว่า “ อสูร กาย “ โดยได้มีการนำภาพหนุ่มหล่อมาแปะไว้เพื่อสร้างความสนใจ มีการทักทายพูดคุยในบรรดากลุ่มเพื่อนราว 10 กว่าคน ก่อนที่จะมีสาวบุรีรัมย์คนหนึ่งได้แท็กเข้ามาเป็นเพื่อนและพูดคุยผ่าน Facebook กัน ก่อนที่จะนัดหมายให้มาเจอที่อำเภอเบญจลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ 
สาวเจ้าหลงเชื่อเดินทางด้วยรถตู้มาเมื่อคืนของวันที่ 11 สิงหาคม 2564 มาถึงหน้าอำเภอเบญจลักษณ์ เวลา 01.20 น. โดยมีหนุ่มอสุรกายมารอรับ จากนั้นเมื่อสาวเจ้าเห็นหน้าหนุ่มเบญจลักษ์ปรากฏว่าใบหน้าไม่ตรงกับภาพในโปรไฟล์จึงเกิดกังวลใจ และจะขอเดินทางกลับทันที แต่ไม่มีรถที่จะเดินทางกลับ เนื่องจากเป็นช่วงกลางดึกแล้ว ไม่มีรถผ่านมา หนุ่มอสุรกายจึงออกอุบายให้ไปพักที่บ้านตนเองก่อน โดยอ้างว่ามีลูกมีบรรดาญาติๆ อยู่ที่บ้านด้วยไม่น่ากังวลใจ สาวบุรีรัมย์หลงเชื่อไปพักค้างคืนด้วย ก่อนที่หนุ่มอสุรกายจะใช้อุบายล่อหลอกทำการขืนใจจนสำเร็จความใคร่ตามประสงค์ 

สาวบุรีรัมย์ เดินทางมาชี้ตัวหนุ่มเบญจลักษ์ ยืนยันถูกข่มขืน

 

จากนั้นอ้างว่าเจ้าหน้าที่ อสม. ประจำหมู่บ้านให้มีการกักตัว 14 วันห้ามเดินทางออกไปไหน เพื่อปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อโรคโควิด โดยการยึดเอากระเป๋า กับโทรศัพท์มือของสาวเจ้าเอาไว้ สาวเจ้าหลงเชื่อจำยอมพักอยู่อีกสองคืน และถูกข่มขืนต่อเนื่อง ก่อนที่จะหลบหนีออกมาวันที่ 14 สิงหาคม 2564 ขอความร่วมมือเจ้าหน้าที่ อบต.หนองฮาง ให้พามาแจ้งความ สภ.เบญจลักษ์ แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความ แต่มอบเงินให้ 500 บาท เพื่อเป็นค่ารถเดินทางกลับบุรีรัมย์ เมื่อเดินทางถึงบ้านเกิด ที่ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยแจ้งด้วยว่า เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.เบญจลักษ์ แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความ แต่เมื่อจังหวัดบุรีรัมย์ ส่งเรื่องประสานคดีความมา พันตำรวจเอก สิราวิชญ์ นวมดี ผู้กำกับฯ จึงได้มอบหมายให้ พันตำรวจโท กริชเพชร ทองแก้ว สารวัตรเวรสอบสวนฯ ได้เดินทางไปเชิญผู้ต้องสงสัยมาสอบถาม พร้อมจับตรวจฉี่พบสีม่วง จึงควบคุมตัวไว้สอบสวน หนุ่มเบญจลักษ์ ปฏิเสธไม่ได้ข่มขืน แต่สาวยืนยอม และบ่ายวันนี้สาวบุรีรัมย์ ได้เดินทางมาให้ปากคำ ชี้ตัวยืนยันตนถูกข่มขืน มีพยานรู้เห็นด้วย แต่ทุกคนไม่กล้าช่วย เพราะกลัวโควิด-19
นส.เอ สาวบุรีรัมย์ วัย 32 ปี เล่าเหตุการณ์ให้ผู้บังคับการตำรวจภูธรศรีสะเกษ ฟังว่า ตนเดินทางมาถึงเบญจลักษ์ในคืนของวันที่ 11 สิงหาคม 2564 ด้วยการเกลี้ยกล่อมของหนุ่มเบญจลักษ์ ให้ไปพักค้างที่บ้านก่อน จะไม่ทำอะไร อ้างว่าเป็นลูกผู้ชายพอ ประกอบกับเป็นการไปพักที่บ้าน ไม่ใช่โรงแรม มีลูก มีญาติพี่น้องอยู่ในหมู่บ้านด้วย จึงยอมไปเพราะตอนนั้นดึกมากแล้ว แต่กลับถูกบังคับข่มขืน ต่อเนื่อง 2 คืนจำนวน 3 ครั้ง นับตั้งแต่คืนวันนั้น และตนได้หลบหนีออกมาได้ 14 สิงหาคม 2564 เพราะเขาอ้างว่า อสม.ห้ามไปไหน ต้องกักตัวอยู่แต่บ้านให้ครบ 14 วัน แต่ตนต้องตกเป็นเหยื่อจึงหลบหนีออกมาได้ก็มาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ 
สาวบุรีรัมย์ เดินทางมาชี้ตัวหนุ่มเบญจลักษ์ ยืนยันถูกข่มขืน

 

แต่ตำรวจไม่รับแจ้งความตน ตนพาตำรวจไปยังบ้านเขา ไปพบน้องชายเขา พบตัวเขา แต่ตำรวจก็ไม่จับกุมเขา และที่สำคัญตนทราบมาว่า เขาทำเช่นนี้กับผู้หญิง 7 – 8 คนแล้วที่ตกเป็นเหยื่อ แต่เขายังลอยนวลอยู่ได้ ตนยืนยันจะเอาความผิดให้ถึงที่สุด และขอยืนยันว่าตนถูกบังคับข่มขืน มีพยานรู้เห็นแต่ไม่มีใครกล้าช่วย เพราะเขากลัวติดเชื้อโควิด-19 ตนยอมรับว่าตำรวจให้เงิน 500 บาท แทนการรับแจ้งความและแนะนำให้เดินทางกลับบุรีรัมย์ ตนจึงไปแจ้งความที่จังหวัดบุรีรัมย์ การมาวันนี้เพื่อยืนยันเอาผิดหนุ่มอสูรกาย เพื่อไม่ให้ไปทำกับคนอื่นอีก  

สาวบุรีรัมย์ เดินทางมาชี้ตัวหนุ่มเบญจลักษ์ ยืนยันถูกข่มขืน

ด้าน พลตำรวจตรี สันติ เหลาประทาย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ในเรื่องแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความตั้งแต่แรกนั้น ย่อมเป็นความผิด ตนจะได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยพนักงานสอบสวนที่เข้าเวรในวันนี้ขณะที่น้องเขามาแจ้งความ ยืนยันจะลงโทษตามวินัยของกรมตำรวจ และในเรื่องการนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงบ้านเพื่อไปเป็นพยานกับสาวบุรีรัมย์ ที่แจ้งความร้องทุกข์พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปบ้านผู้ต้องสงสัยนั้น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการจับกุมได้ทันทีเพราะจะต้องผ่านกระบวนการสอบสวน สืบสวน มีพยาน มีหลักฐานก่อน เพราะไม่ใช่การกระทำความผิดซึ่งหน้า เพราะเจ้าหน้าที่อาจจะโดนข้อหาบุกรุกได้ ส่วนของผู้ต้องหาได้ไปเชิญตัวมาและตำรวจการตรวจสอบพบว่าเสพยาเสพติด จึงควบคุมตัวไว้ตั้งแต่เมื่อวานตอนหัวค่ำ โดยผู้ต้องหายังไม่เคยถูกจับมาก่อน แต่เคยมีประวัติเกี่ยวข้องยาเสพติด แต่ตนยืนยันจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายหญิงที่เป็นผู้เสียหาย จะได้เร่งสอบสวนดำเนินคดีโดยเร็ว

สาวบุรีรัมย์ เดินทางมาชี้ตัวหนุ่มเบญจลักษ์ ยืนยันถูกข่มขืน

สาวบุรีรัมย์ เดินทางมาชี้ตัวหนุ่มเบญจลักษ์ ยืนยันถูกข่มขืน

โดย - พงษ์พัฒน์ ไตรพิพัฒน์