กรมราชทัณฑ์ รายงานสถานการณ์โควิด-19 ประจำวัน พร้อมเปิดเผย ไม่พบเรือนจำแพร่ระบาดต่อเนื่องเพิ่มเป็นวันที่สอง

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

20 สิงหาคม 2564 เวลา 13.00 นาฬิกา นายอายุตม์ สินธพพันธุ์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในเรือนจำและทัณฑสถาน (ข้อมูล ณ วันที่ 19 สิงหาคม 2564 เวลา 16.00 นาฬิกา) พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 325 ราย (พบในเรือนจำสีแดง 237 ราย และพบในห้องแยกกักโรคผู้ต้องขังรับใหม่ 88 ราย) รักษาหายเพิ่ม 883 ราย เสียชีวิต 2 ราย ทำให้มีผู้ติดเชื้อที่ยังอยู่ในการดูแลของกรมราชทัณฑ์ 4,717 ราย (กลุ่มสีเขียว 87.7% สีเหลือง 11.9% และสีแดง 0.4%) เป็นพื้นที่กรุงเทพมหานคร 234 ราย ปริมณฑล 802 ราย และต่างจังหวัด 3,681 ราย

 

นายอายุตม์ กล่าวว่า ในวันนี้ ยังคงไม่พบเรือนจำแพร่ระบาดใหม่ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จึงมียอดเรือนจำสีแดง 36 แห่ง และเรือนจำสีขาวที่ไม่มีการแพร่ระบาด 106 แห่งคงเดิม โดยมีผู้ติดเชื้อรักษาหายสะสม 49,189 ราย หรือกว่า 90% ของผู้ติดเชื้อสะสม 54,710 ราย เสียชีวิตสะสม 92 ราย หรือ 0.17% ของผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด

สำหรับผู้เสียชีวิต เป็นผู้ต้องขังจากเรือนจำจังหวัดร้อยเอ็ด และเรือนจำจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบาง มีโรคประจำตัว และสูงอายุ แม้ว่าได้ดูแลรักษาอย่างเต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐานโดยทีมแพทย์ และส่งต่อการรักษายังโรงพยาบาลภายนอกแล้ว แต่อาการยังคงไม่ดีขึ้น จนกระทั่งได้เสียชีวิตลง กรมราชทัณฑ์ ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไป มา ณ โอกาสนี้ ทั้งนี้ ได้ประสานญาติเพื่อนำร่างผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาตามวิธีการจัดการศพผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นที่เรียบร้อย

 

 

นายอายุตม์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมราชทัณฑ์ ยังคงดำเนินงานเพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัดในทุกส่วน โดยเฉพาะการป้องกันเชื้อใน 3 ด้าน คือ 1.การป้องกันเชื้อจากเจ้าหน้าที่ โดยจะต้องตรวจหาเชื้อและยืนยันว่าไม่พบเชื้อก่อนปฏิบัติงานทุกครั้ง และในกลุ่มเรือนจำสีแดงจะต้องตรวจหาเชื้อก่อนออกจากพื้นที่อีก 1 ครั้งเพื่อป้องกันการนำเชื้อไปแพร่ระบาดภายนอก 2.การป้องกันเชื้อจากผู้ต้องขังแรกรับหรือรับเข้าใหม่ทุกราย จะต้องได้รับการแยกกักโรค อย่างน้อย 21 วัน และตรวจหาเชื้ออย่างน้อย 2 ครั้ง คือ ก่อนเข้า และก่อนออกจากห้องกักโรคอย่างละ 1 ครั้ง และ 3.การทำความสะอาดและฆ่าเชื้อสิ่งของที่มาจากภายนอกเรือนจำ รวมถึงการรักษาสุขอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างกัน หมั่นล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์เจล และสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไม่ให้แพร่ระบาดในเรือนจำได้ดียิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังได้เร่งผลิตและจัดหา รวมถึงจ่ายยาฟ้าทะลายโจรแก่ผู้ต้องขังในแต่ละเรือนจำ เพื่อสำรองแก่ผู้ต้องขังอย่างน้อยรายละ 50 แคปซูล ซึ่งจะทำให้มียาฟ้าทะลายโจรรวมกว่า 14 ล้านแคปซูลภายในเดือนสิงหาคมนี้ และที่เรือนจำจะผลิตได้อีกกว่า 4 ล้านแคปซูล ซึ่งจากการใช้งานที่ผ่านมา พบว่ายาฟ้าทะลายโจรสามารถช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน และลดความรุนแรงของโรคได้เป็นอย่างดี กรมราชทัณฑ์ ไม่พบเรือนจำแพร่ระบาดเพิ่มเป็นวันที่ 2