โดยผู้ต้องหาได้ใช้ถ้อยคำพาดพิงถึง “บุพการี” และยังแสดงกิริยาก้าวร้าว ท้าทาย ยั่วยุ ล่วงเกิน อย่างรุนแรง แต่ ร.ต.อ.อาภากร และ เจ้าหน้าที่สายตรวจที่เกี่ยวข้อง มิได้แสดงกิริยา วาจา ที่มีลักษณะความรุนแรงเพื่อตอบโต้การกระทำดังกล่าวแต่อย่างใด เพียงใช้หลักกฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหารายดังกล่าวตามลักษณะความผิดในกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น
เป็นเหตุให้ศาลพิพากษา ลงโทษผู้ต้องหา จำคุก 2 ปี โทษจำรอลงอาญา และปรับ 2,500 บาท
ต่อมา วันที่ 19 สิงหารคม ผู้ต้องหาดังกล่าว ได้เข้าขอขมาต่อ ร.ต.อ.อาภากรฯ และข้าราชการตำรวจ สภ.ขุขันธ์ ดังปรากฎต่อสื่อมวลชนแขนงต่างๆ ซึ่งการกระทำของ “ร.ต.อ.อาภากร โสภา” และตำรวจสายตรวจ สภ.ขุขันธ์ ดังกล่าว ได้รับเสียงในชมจากสาธารณชน ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงสื่อมวลชนแขนงต่างๆ จำนวนมาก ถือเป็นการรักษาภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยรวม ตามหลักประมวลจริยธรรมข้าราชการตำรวจที่ดี