นางลักขณา แก้วสอน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ รพ.สต.โคกขมิ้น ระบุถึงที่มาของคลัสเตอร์กลุ่มนี้ว่า เกิดจากคุณยายซึ่งปกปิดข้อมูลของลูกสาวและลูกเขยที่เดินทางมาจากกรุงเทพฯ โดยแจ้ง อสม.ว่าลูกสาวมาจากอำเภอละหานทราย อสม.จึงให้ครอบครัวนี้กักตัวเพียง 7 วันตามมาตรการของศูนย์ควบคุมป้องกันเชื้อในพื้นที่ คือ ระว่างวันที่ 2 – 7 สิงหาคม ครบกำหนดจึงปล่อยตัวในวันที่ 8 สิงหาคม หลังปล่อยตัว ในหมู่บ้านบ้านมีงานศพคุณยายก็ไปร่วมงาน โดยได้มีการจับกลุ่มตำหมาก เคี้ยวหมากพบปะพูดคุยกับผู้สูงอายุในงาน และจากที่มีฐานะยากจนคุณยายมักเดินไปในหลายพื้นที่ของหมู่บ้านรวมถึงหมู่บ้านอื่นเพื่อขออาหาร หลังลูกสาวและลูกเขยกลับกรุงเทพฯ ได้แจ้งให้ทราบว่าติดเชื้อโควิด-19 อสม.ในหมู่บ้านจึงไปซักไซ้ไล่เรียงจนคุณยายยอมรับว่าลูกสาวมาจากกรุงเทพฯ จึงส่งคุณยายและลูก 2 คนไปตรวจ ผลคุณยายกับลูกชายติดเชื้อโควิด-19 ส่วนลูกสาวไม่ติดเชื้อ รพ.สต.โคกขมิ้น จึงออกสอบสวนโรค พร้อมส่งผู้ใกล้ชิดซึ่งเป็นผู้เสี่ยงสูงจำนวน 15 คนไปตรวจพบติดเชื้อ 8 คน หนึ่งในนั้นผู้ เป็นผู้ใหญ่บ้านด้วย จึงระดมตรวจ PCR ในกลุ่มเสียงสูง 119 คน พบติดเชื้อในพื้นที่ 15 คน ติดเชื้อต่างพื้นที่ 1 คน ตรวจ Rapid Test จำนวน 159 คนไม่พบติดเชื้อเพิ่ม
จากกรณีที่เกิดขึ้นจะเห็นว่าจากที่คุณยายไม่บอกข้อมูลความเป็นจริงกับทางเจ้าหน้าที่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ตั้งใจหรือมีเจตนาจะปกปิดข้อมูลตาม แต่ก็ทำให้เกิดคลัสเตอร์มีผู้ติดเชื้อมากถึง 15 ราย เสี่ยงสัมผัสอีกจำนวนมาก ทั้งยังส่งผลให้ต้องปิดหมู่บ้านอีกด้วย ก็อยากฝากถึงประชาชนให้มองว่าโควิดเป็นเรื่องใกล้ตัว ไม่ใช่เรื่องไกลตัวดังนั้นทุกคนจะต้องให้ความร่วมมือและปฏิบัติตามมาตรการของทางภาครัฐอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อเป็นวงกว้างอย่างเช่นในหลายๆ เคส
ด้านนายมานพ จูประโคน นายกเทศมนตรีตำบลโคกขมิ้น กล่าวว่า ในช่วงที่ปิดหมู่บ้านทางเทศบาลก็ได้ร่วมกับ อบจ.นำถุงยังชีพมามอบให้กับประชาชนในหมู่บ้านที่ต้องกักตัว เพราะประชากรในหมู่บ้านโคกวัดส่วนใหญ่จะมีฐานะยากจนประกอบอาชีพเกษตรกรทำนา ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์เป็นหลัก และส่วนใหญ่จะเป็นเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงด้วย จึงต้องการความช่วยเหลือค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน สิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน ขณะนี้ก็มีหลายภาคส่วนทยอยนำสิ่งของมามอบอย่างต่อเนื่อง แต่หากภาคเอกชน หรือผู้ที่พอมีกำลังอยากจะช่วยเหลือชาวบ้านในหมู่บ้านช่วงที่ปิดหมู่บ้าน ก็สามารถนำสิ่งของมามอบได้ที่ด่านเข้า-ออก หมู่บ้าน เทศบาล หรือที่ว่าการอำเภอได้ตลอดเวลา
โดย - สุรชัย พิรักษา