นอกจากนี้ ทีมข่าวยังได้สอบถามกับตัวแทนนิติบุคคลของคอนโด นางสาว สิริณัฏฐ์ ภาสวัสดิ์ บอกว่า ตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลช่วยเหลือ ทางนิติบุคคล จึงต้องมีการนำแสลนผ้ามาขึงป้องกันไว้เบื้องต้น และให้ผู้พักอาศัยใช้ประตูด้านข้างเข้าออกที่พักแทน
แต่เมื่อมีเหตุการณ์ปะทะขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการเคลียร์พื้นที่บริเวณโดยรอบคอนโด รวมถึงทำการปิดประตูเข้าด้านข้างที่เป็นเส้นทางเข้าออกเดียว ทำให้ผู้พักอาศัยได้รับความลำบาก ส่วนเรื่องของความปลอดภัย ทุกคนในคอนโดยังกังวลกับเรื่องนี้ เพราะเหตุปะทะแต่ละครั้ง ตำรวจจะมีการใช้แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมก็จะใช้พลุไฟและก้อนหิน ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างมาก
และสิ่งที่น่ากังวลอีกหนึ่งเรื่อง ก็คือ ภายในคอนโดแห่งนี้ มีบุคลากรทางการแพทยท์อาศัยอยู่จำนวนมาก ทำให้บางครั้งบุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องเดินทางเข้าเวรในช่วงกลางคืน ออกไปปฏิบัติหน้าที่ได้ลำบาก
"เริ่มจะมีผลกระทบจริงๆจากที่แจ้งให้ทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่นี่มีบุคลากรทางการแพทย์ค่อนข้างเยอะ เพราะเราใกล้โรงพยาบาล มีทั้งคุณหมอทั้งพยาบาลและเจ้าหน้าที่ในห้องแลปต่างๆ ทำให้ต้องเช็คสถานะการกันตลอดว่าเข้าออกได้เวลาไหน"
ด้านนางสาว พรจันทร์ เรืองพรพิณไสว รักษาการประธานกรรมการคอนโด เปิดเผยว่า ผู้พักอาศัยในคอนโดกังวลเรื่องความปลอดภัย และการเดินทางลำบาก รวมถึงการจะออกไปจับจ่ายซื้ออาหารการกินก็ลำบาก แม้จะสามารถสั่งซื้ออาหารจากแอปพลิเคชั่นได้ แต่พอเกิดเหตุปะทะพนักงานส่งก็ไม่สามารถเข้ามาส่งของได้อยู่ดี ที่สำคัญภายในคอนโดมีผู้สูงอายุและเด็ก ทำให้ได้รับผลกระทบอย่างมาก
"ทุกคืนทุกวันรบกวนมาก เราไม่ได้เข้าข้างใคร ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด และไม่ได้อนุญาตให้ใครเข้ามาใช้พื้นที่เราทำอะไร ไม่ว่าฝ่ายไหนก็ตาม แต่เราก็ไม่โอเคกับสถานการณ์แบบนี้นานๆ เพราะมันกระทบกับชีวิตประจำวัน แล้วเมื่อไหร่จะจบก็ไม่ทราบ เราก็อยากให้ผู้ชุมนุมชุมนุมแบบไม่มีอาวุธจริงๆ เดินชุมนุมเดินประท้วงเราไม่ว่ากัน ตำรวจก็ใช้ชยถทธวิธีปราบจลาจลตามขั้นตามตอน มีชุมนุมได้แบบสงบไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน เพราะมันเดือดร้อนจริงๆ ชีวิตก็ไม่มีความสุข นอนก็ไม่หลับเพราะเสียงมันดังไกลมาก แล้วก็แก๊สน้ำตาตำรวจยิงมา แต่ผู้ชุมนุมก็ปากลับมา ปากันไปปากันมา ควันหลงเข้าคอนโด ก็แสบตา ห้องอยู่ชั้น 7 ก็ยังไม่รอด"