“สุทิน คลังแสง” ย้ำจุดเพื่อไทยแก้รัฐธรรมนูญ ทวงคืนระบบบัตรเลือกตั้งสองใบ ชี้สะท้อนความต้องการประชาชนมากกว่า บัตรใบเดียวเปรียบเสมือนมัดมือชก โวพท.แม้ส่งไม่ครบทุกเขตก็ชนะลต. อันดับ 1 ของประเทศ

14 สิงหาคม 2564 นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน หรือ วิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในส่วนของพรรค ยืนยันหลักการระบบเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ที่เคยใช้ในรัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งทุกคนยอมรับว่าเป็นฉบับประชาชน และเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด 

 

นอกจากนี้ รวมทั้งการกำหนดสัดส่วน ส.ส. ให้มี ส.ส.เขต 400 คน และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ซึ่งที่ผ่านมาพรรคยืนยันหลักนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ซึ่งร่างโดยสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ได้รับการเขียนขึ้นจากสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย ที่มีทั้งสังคมเมืองและสังคมชนบท รวมถึงการดูแลประชาชนในแต่ละพื้นที่

 

นายสุทิน กล่าวว่า รัฐธรรมนูญ 2540 ได้มีการศึกษามาแล้วว่า ส.ส. หนึ่งคน จะต้องดูแลประชาชนได้จำนวนเท่าใดจะทั่วถึง ซึ่งถ้าเขตใหญ่เกินไป ก็จะดูแลไม่ทั่วถึง อีกทั้ง ผู้สมัคร ส.ส. ที่ทุนทรัพย์น้อย ก็จะเสียเปรียบผู้สมัคร ส.ส. ที่มาจากพรรคการเมืองใหญ่ และมีทุนสนับสนุนสูง ดังนั้น ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และแบ่งเขตเลือกตั้ง ส.ส.เป็น 400 คน 400 เขต ก็จะทำให้ผู้สมัคร ส.ส.จากทุกพรรคมีโอกาสในสนามเลือกตั้งเท่าเทียมกัน ไม่เสียเปรียบพรรคใหญ่ และมีโอกาสชนะการเลือกตั้งได้

 

“สุทิน"ย้ำจุดยืนเพื่อไทยแก้รธน.หวังรื้อระบบเลือกตั้ง

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียว หากมีระบบ ส.ส.เขต อย่างเดียว ก็จะไม่มีปัญหา แต่เมื่อมีการแบ่ง ส.ส. เป็น 2 ประเภท จากบัตรเลือกตั้งใบเดียว ประชาชนจึงถูกบีบให้ต้องเลือก เช่น ถ้าชอบนายสุทินแต่ไม่ชอบพรรคที่สังกัด หรืออาจชอบพรรคมากกว่าตัวผู้สมัคร ประชาชนก็ต้องกล้ำกลืนฝืนใจเลือก เพราะระบบบีบบังคับให้ต้องเลือกทั้งคนและพรรคพร้อมกัน ซึ่งไม่สะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชน

 

"แต่ถ้าเป็นแบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ หากประชาชนชอบนายสุทิน ก็ลงคะแนนเลือกนายสุทิน แต่ถ้าไม่ชอบพรรคที่นายสุทินสังกัด ก็สามารถลงคะแนนให้พรรคอื่นได้ ประชาชนไม่ถูกกดดัน และสื่อถึงความต้องการของประชาชนที่แท้จริง ดังนั้น สำคัญมาก คือ ระบบเลือกตั้งแบบบัตรใบเดียวทำให้เกิดพรรคการเมืองเล็กน้อย กระจัดกระจาย เกิดปัญหาคะแนนเขย่ง และ ส.ส.ปัดเศษเต็มไปหมดอย่างที่เห็นในปัจจุบัน ซึ่งเป็นที่มาทำให้เกิดรัฐบาลผสม 19 พรรคที่ไม่มีเอกภาพ อย่างที่เราเห็นกันอยู่ ซึ่งอัปลักษณ์ มากกว่านั้นยังทำให้พรรคการเมืองที่ตอนหาเสียงบอกว่าจะไม่เอาประยุทธ์ แต่พอเลือกตั้งเสร็จก็ยุบพรรคตัวเองย้ายขั้วไปอยู่กับพรรคที่เคยบอกว่าเกลียด ซึ่งเป็นการเอาคะแนนเสียงประชาชนเลือกมาไปหนุนพ่วงรัฐบาลที่ประชาชนไม่ต้องการ ซึ่งนอกจากไม่ตอบสนองต่อเจตจำนงของประชาชนแล้ว ยังทำลายหัวใจขอะงประชาชนที่ละแนนเสียงเลือกตั้งอีกด้วย” นายสุทิน กล่าว

ประธานวิปฝ่ายค้าน ระบุด้วยว่า ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยถูกโจมตีว่าต้องการระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพราะตัวเองได้ประโยชน์ เพื่อที่จะชนะการเลือกตั้ง ซึ่งต้องบอกว่า ผลการเลือกตั้งที่ออกมา ไม่ว่าจะบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือสองใบ พรรคเพื่อไทยก็ชนะเลือกตั้งเป็นอันดับที่ 1 ของประเทศ และการเลือกตั้ง 2562 ที่ผ่านมา พรรคก็ชนะการเลือกตั้งเหนือพรรคพลังประชารัฐ แม้ว่าจะส่งผู้สมัคร ส.ส.เพียงแค่ 250 เขต จาก 350 เขตเลือกตั้ง ซึ่งมั่นใจว่าหากพรรคส่งผู้สมัครครบทั้ง 350 เขต ก็จะชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายแน่นอน

 

“ผู้ที่กล่าวหาว่าเราอยากได้ระบบเลือกตั้งแบบบัตร 2ใบ เพื่อจะเอาเปรียบคนอื่นนั้นก็ต้องเรียนว่า บัตรสองใบเราก็เคยชนะ บัตรใบเดียวเราก็ชนะ และชนะมากด้วย วันนี้จึงต้องมองร่วมกันว่า ถ้าระบบเลือกตั้งเป็นระบบที่ทุกคนยอมรับว่าเป็นธรรมแล้ว ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะในกติกาที่เสมอภาคและทุกคนยอมรับ เราจะไม่เสียใจ และสำหรับพรรคเพื่อไทย จะแพ้หรือชนะไม่สำคัญเท่ากับความศรัทธาที่ประชาชนมีให้” นายสุทิน กล่าว